คำนำสำนักพิมพ์
ประเทศไทยต้องประสบกับภาวะวิกฤติทางการเมืองมาเป็นเวลาหลายปี บ้านเมืองที่เคยสงบร่มเย็นกลับลุกเป็นไฟครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้คนในสังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายถึงกับแตกแยกกันอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความสับสนอลหม่านและเกิดความระส่ำระสายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นับเป็นความเลวร้ายที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจแก่ผู้ที่รักชาติรักแผ่นดินเป็นยิ่งนัก
หนังสือ “สารัตถะประชาธิปไตย” เล่มนี้เรียบเรียงโดยอาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ซึ่งได้นำเสนอสาระสำคัญของกระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการเนื้อหาเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้อย่างรอบด้าน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บริษัท วศิระ จำกัด จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชนชาวไทยทุกคนในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศที่จะต้องร่วมกันรักษาชาติบ้านเมืองให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนสืบไปอ้อม
บริษัท วศิระ จำกัด
๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ผมขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ที่ได้เขียนหนังสือ “สารัตถะประชาธิปไตย” เพราะเหตุว่าคำโบราณได้กล่าวสอนลูกหลานไว้ว่า จะกระทำการใดๆ ก็ตามถ้าทำผิด ไปแล้วจะแก้ไขได้ยาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ควรมีสติสัมปชัญญะและกระทำด้วยความรู้รอบคอบ
ความจริงแล้วประชาธิปไตยนั้น คือหลักความจริงซึ่งถ้านำปฏิบัติได้จะช่วยให้สังคมมีความสุขและตัวเราเองก็มีความสุขด้วยเช่นกัน เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าประชาธิปไตย คือหลักธรรม โดยปกติแล้วหลักธรรมย่อมมีรากฐานที่อยู่ในใจตนเอง และมีอิสรภาพแม้แต่ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุก็ได้กล่าวแบบนี้ เพื่อยืนยันความถูกต้องว่าประชาธิปไตย คือจิตใจที่มีอิสระหาใช่อิสรภาพที่อยู่ด้านนอกไม่
หวนกลับไปนึกถึงช่วงปี พ.ศ.๒๔๗๕ ในปีนั้นได้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก่ พวกหัวนอกจำนวนไม่ถึง ๓๐๐ คน แค่เรียกตนเองว่าคณะราษฎรได้บุกเข้าไปยึดราชบัลลังก์ขององค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยอ้างว่าต้องการประชาธิปไตย ฉันยังจำได้ดีว่า ในขณะนั้นตนเองมีอายุได้เพียง ๙ ขวบ และศึกษาเล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชินีได้ทรงชุบเลี้ยงเอาไว้ เคยทรงไปดูงานประชาธิปไตยในประเทศอังกฤษ แต่ต้องปูพื้นฐานสร้างประวัติศาสตร์ให้แน่นเสียก่อน ฉันยังจำได้ว่าตนเองกับเพื่อนๆ ๒๕ คน ได้ไปดูงานที่มีความสำคัญแก่ประเทศชาติ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีเรื่องราวการถูกทำลายโด
เธอเชื่อไหมว่าหลังจากช่วงนั้นมาแล้วไม่เกิน ๑ ปี ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านพ่อฉัน เพื่อขออาศัยซ่อนตัวอยู่ในนั้น เพราะถูกพวกเดียวกันตามไล่ฆ่า สิ่งนี้เองได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง ๑ ปี แสดงว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการประชาธิปไตย แต่ต้องการอำนาจ
ต่อจากนั้นมาบ้านเมืองก็เกิดความเดือดร้อน เพราะคนไทยยกพวกฆ่ากันเองเรื่อยมาเป็นช่วงๆ แถมคนที่เคยวิ่งเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านพ่อฉันก็พูดความจริงออกมาว่า ตัวเองไปร่วมกับเขาโดยไม่รู้ความจริง นี่เป็นคำรับสารภาพที่สวยที่สุด
อนึ่ง การที่อาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการที่คนที่อยู่ด้านล่างไม่คิดจะอาศัยอำนาจรัฐบาล แค่คิดจะทำกันเองดังเช่นที่มีการมอบรางวัลให้แก่นักธุรกิจที่สร้างคุณงามความดีอุทิศให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งนับได้ว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะทำให้บ้านเมืองมีการถ่ายอำนาจจากด้านล่างขึ้นไปสู่ด้านบนอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะฉะนั้นในช่วงปัจจุบันให้ทุกคนคอยจับตาดู คาดว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นอีก แม้กระทั่งการเขียนหนังสือเล่มนี้ ซึ่งฉันขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำดีที่สุด
ดังนั้น จึงขอให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป
(ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก)
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ผมเกิดก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง และได้เติบโตขึ้นมากับการพัฒนาการปกครองในระบอบ “ประชาธิปไตย” ซึ่งหากจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ “ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ตามที่ท่านปรีดี พนมยงค์ใช้ในข้อเขียนต่างๆ ของท่าน. ในสมัยโน้นได้มีคำอธิบายการปกครองระบอบใหม่ว่าเป็นระบอบที่พระเจ้าแผ่นดินทรงอยู่ภายใต้กฎหมาย แทนที่จะทรงอยู่เหนือกฎหมายอย่างแต่ก่อน. นอกจากนั้นในการปฏิบัติพระราชกิจต่างๆ ก็จะมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ “รับสนองพระบรม-ราชโองการ” คือรับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ เสมอไป.
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ผมมีโอกาสได้ติดตามการเมืองแบบ “ประชาธิปไตย” ของเมืองไทยอย่างค่อนข้างใกล้ชิด เพราะได้เข้าไปอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์ และทั้งโดยหน้าที่และโดยทางส่วนตัว ก็ได้รู้จักคุ้นเคยกับบรรดาผู้ที่อยู่ในวงการเมืองมากหน้าหลายตา. เมื่อผมเดินทางไปศึกษาวิชาที่มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย ๖ ปี ก็ได้ศึกษาวิชาการเมืองการปกครองควบคู่ไปกับเศรษฐศาสตร์. นอกจากนั้นผมยังได้มีโอกาสสังเกตการณ์การเมืองแบบประชาธิปไตยทั้งในออสเตรเลีย,ยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา. ต่อมาในระหว่างที่อยู่เมืองไทยอีกหลายสิบปี ผมก็ได้ให้ความสนใจต่อการเมืองและประชาธิปไตยมาโดยตลอดทั้งในหลักการและในภาคปฏิบัติ.
จากประสบการณ์ในระบอบการปกครองแบบ “ประชาธิปไตย” ดังกล่าวนี้ ผมได้ข้อสรุปสาระสำคัญของสิ่งดังกล่าวนี้ ๓ ประการ ซึ่งบรรดาผู้ที่ปรารถนาการปกครองในระบอบ “ประชาธิปไตย” พึงจะต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจน กล่าวคือ
ประการแรก “ประชาธิปไตย” หมายถึงการปกครองที่ยึดเอา “ประโยชน์ของปวงชน” เป็นสำคัญมิใช่การปกครองโดยประชาชนเพียงบางกลุ่ม, ของประชาชนเพียงบางกลุ่ม หรือเพื่อประชาชนเพียงบางกลุ่ม, แม้ว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวอาจจะเป็นเสียงข้างมากหรือข้างน้อยก็ตาม.
ในประการสุดท้าย ประเทศชาติจะมี “ประชาธิปไตย” ทางการเมืองได้นั้น มิได้ขึ้นอยู่กับกติกาการปกครองประเทศที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญ”, หากขึ้นอยู่กับสถานภาพทาง “เศรษฐกิจ” ที่จะต้องเป็น “ประชาธิปไตย”. ถ้าหาก “เศรษฐกิจ” ไม่เป็น “ประชาธิปไตย”, ทัศนะทางสังคมก็จะไม่เป็น “ประชาธิปไตย”, และการเมืองก็จะไม่มีความเป็น “ประชาธิปไตย” ไม่ว่าจะเขียน “รัฐธรรมนูญ” อย่างใดก็ตาม. “ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ”หมายถึงการที่บุคคลจะต้องได้รับส่วนแบ่งใน “มูลค่าเพิ่ม” ที่ตนมีส่วนร่วมในการสร้างอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม.
ผมมีความกังวลว่าสาระสำคัญของ “ประชาธิปไตย” ทั้ง ๓ ประการข้างต้นนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจกันแม้แต่น้อยในเมืองไทยของเรา แม้ว่าจะได้ปกครองกันในระบอบ “ประชาธิปไตย” มาถึง ๘๐ ปีแล้วก็ตาม.
ดังนั้น เมื่ออาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ได้เรียบเรียงหนังสือ “สารัตถะประชาธิปไตย” ขึ้นมาเพื่อ “ประมวลสาระสำคัญที่ควรรู้อย่างเป็นระบบ เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย” เพื่อให้คนไทยได้มีความรู้, หลักคิดและจิตสำนึก ตลอดจนบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้รู้จักสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งมีขอบเขต, ผมจึงมีความชื่นชมยินดี โดยเชื่อว่าจะเปิดทางให้การปกครองระบอบ “ประชาธิปไตย” มีโอกาสที่จะพัฒนาไปเบื้องหน้า โดยไม่ยึดติดอยู่กับการเลือกตั้ง และคะแนนเสียงข้างมากข้างน้อย ที่คนจำนวนมากหลงผิดว่าเป็นมาตรวัดความเป็น “ประชาธิปไตย” อีกต่อไป.
(ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร)
ราชบัณฑิต
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
หนังสือ “สารัตถะ ประชาธิปไตย” เขียนโดยคุณทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเรียบเรียงที่ใช้อักษรไทย ก. ถึง ฮ. เป็นชื่อบทหรือหัวข้อแต่ละหัวข้อ กล่าวได้ว่าเป็นแนวทางการเขียนหนังสือที่แตกต่างไปจากท่านอื่น และทำให้การดำเนินเรื่องน่าสนใจดี
เนื้อหาสาระต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจทางการเมืองเป็นอย่างยิ่งของคุณทวีศักดิ์ ความรู้และประสบการณ์ที่คุณทวีศักดิ์ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือจึงน่าสนใจและน่าติดตาม ซึ่งเหมาะสำหรับคนทั่วไปจะศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยของคนไทยทั่วไปนั้นยังจำกัดมาก ทำให้การเมืองไทยทุกวันนี้กลายเป็นธุรกิจการเมืองที่คนมีเงินใช้เงินมาซื้ออำนาจ และเมื่อมีอำนาจก็ใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองและพรรคพวก โดยประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจที่จะตรวจสอบและถอดถอนผู้ที่ประพฤติมิชอบ หลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยโดยตัวแทนคือการที่ประชาชนมีอำนาจเลือกตัวแทนไปทำหน้าที่ปกครองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและมีอำนาจในการตรวจสอบและถอดถอน หากพบว่าผู้แทนที่ตนเองเลือกเข้าไปทำหน้าที่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ตรงกันข้ามกลับใช้อำนาจฉ้อฉลเพื่อประโยชน์ตนเอง แต่ในสังคมไทยประชาชนใช้เฉพาะอำนาจในการเลือกผู้แทนเท่านั้น แต่มิได้ใช้อำนาจในการตรวจสอบและถอดถอนอย่างเข้มแข็ง ทำให้นักธุรกิจการเมืองเหิมเกริมในการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเองและพรรคพวก สภาพเช่นนี้จะยังคงกัดกร่อนสังคมไทยให้ผุโทรมไปอีกนาน
ขอให้คุณทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคมไทยตราบนานเท่านาน ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งประชาชนชาวไทยจะใช้อำนาจอธิปไตยของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้นักธุรกิจการเมืองที่ฉ้อฉลกัดแทะสังคมไทยให้ผุโทรมอีกต่อไป
(ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์)
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
นับแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกให้แก่ราษฎรของท่านเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ประเทศไทยที่คนไทยทุกคนรักยิ่งมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง ๑๘ ฉบับ ฉบับปัจจุบันคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกำลังจะมีฉบับที่ ๑๙ และฉบับต่อๆ ไป การมีรัฐธรรมนูญมากมายหลายฉบับทั้งที่เกิดจากการยึดอำนาจรัฐและที่ไม่ได้เกิดจากการยึดอำนาจต่างดูเสมือนว่าเพื่อให้การปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหา-กษัตริย์ทรงเป็นประมุขดียิ่งขึ้น สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยความคิดของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เข้าใจว่าเป็นตัวแทนของมหาชนคนไทย เพื่อให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนโดยแท้จริงหรือไม่ก็ตาม ยึดถือประโยชน์มหาชนโดยแท้จริงหรือไม่ก็ตาม ล้วนแต่ก่อให้เกิดคำถามว่าเพื่อประโยชน์มหาชนจริงหรือ เป็นเพียงการกระทำให้ประชาชนเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองโดยประชาชน เพื่อประชาชนตามความหมายของคำว่าประชาธิปไตย
หนังสือ สารัตถะประชาธิปไตย ของอาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล เล่มนี้จะเป็นพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยเฉพาะความหมายของคำสำคัญ เช่น คำว่า จริยธรรม ฉ้อราษฎร์บังหลวง ฎีกา วัฒนธรรม ดุลอำนาจอธิปไตย ทุจริต ธรรมภิบาล นิติรัฐ กษัตริย์สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และคำอื่นๆ อีกมากมายซึ่งล้วนเป็นคำสำคัญที่อาจารย์ทวีศักดิ์อุ่นจิตติกุล ได้เขียนอธิบายไว้ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย นำไปสู่คำตอบของคำถามข้างต้นได้เป็นอย่างดีเหมาะที่จะเป็นคู่มือประชาธิปไตยของสังคมไทยเล่มหนึ่ง
รัฐบาลทุกประเทศพึงตระหนักว่าประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยย่อมต้องการระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง นั่นหมายถึงการเลือกผู้แทนที่ดีไปปกครองประเทศแทนเพื่อประโยชน์ของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ มิใช่เพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
(รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติพงศ์ หังสพฤกษ์)
สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕
ิ การนำวิธีการของกระบวนการทางประชาธิปไตยมาใช้ในการปกครองประเทศซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีความเจริญทันสมัยเช่นเดียวกับประเทศตะวันตก นับว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทยในยุคนั้น
แม้นว่ากาลเวลาได้ล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า ๗๙ ปีแล้ว ดูเสมือนว่าวิธีการของกระบวนการทางประชาธิปไตยยังคงเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทยในยุคนี้เช่นกัน เพราะว่าประชาชนยังไม่มีความรู้และความเข้าใจในวิธีการปกครองตามวิถีทางประชาธิปไตย จึงขาดหลักคิดที่ถูกต้องและจิตสำนึกในความเป็นพลเมือง ไม่รู้จักบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ อีกทั้งไม่รู้จักสิทธิของตนและใช้เสรีภาพเกินขอบเขตโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้อื่น ส่งผลให้ถูกครอบงำความคิดทางการเมืองอย่างผิดๆ และตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองที่ไร้อุดมการณ์ในการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง เพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เป็นของตนโดยไม่ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง การเมืองไทยจึงตกอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทว์ที่พรรคการเมืองใช้เงินซื้อเสียงเพื่อแลกกับคะแนนเลือกตั้งของประชาชน ในขณะเดียวกันประชาชนไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่รู้จักคุณค่าคะแนนเสียงของตนโดยยินยอมขายเสียงเพื่อแลกกับเศษเงินที่นักการเมืองหยิบยื่นให้ ทั้งๆ ที่เงินที่นำมาซื้อเสียงล้วนมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งสิ้น รวมถึงการหยิบยื่นผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ นับเป็นสิ่งที่บั่นทอนและบ่อนทำลายวิธีการปกครองตามกระบวนการทางประชาธิปไตย
ผู้เรียบเรียงมีจุดประสงค์อย่างแรงกล้าในการเรียบเรียงหนังสือ “สารัตถะประเทศไทย” เล่มนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนในสังคมทุกชนชั้นและทุกสาขาอาชีพในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศที่ต้องเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะต่างคน ต่างมีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างไปตามสถานภาพของแต่ละบุคคล ความรู้และความเข้าใจอย่างถูกต้องในทางการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประชาธิปไตยให้ดำเนินไปตามวิถีทางที่ถูกต้องตามครรลองของอารยชน ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงจารีตประเพณีและระเบียบแบบแผนอันดีงามของชนชาติไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า ๗๐๐ ปี ซึ่งต้องธำรงไว้เป็นโครงสร้างหลัก ของประเทศอันประกอบด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
อนึ่ง เนื่องจากไม่มีอักษร ๗ ตัวที่เป็นพยัญชนะต้นของคำ ได้แก่ ฌ ฏ ฑ ฒ ณ ษ และ ฬ ผู้เรียบเรียงจึงนำคำที่ประกอบด้วยอักษรเหล่านี้มาใช้แทน
ผู้เรียบเรียงมุ่งหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกระบวนการทางประชาธิปไตยไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง คือ ความสันติสุขของปวงชนชาวไทย
(นายทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล)
๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๔
คำนำสำนักพิมพ์
คำนิยม
คำนำผู้เรียบเรียง
ก - กฎหมาย
ข - เขตเลือกตั้ง
ค - คณะรัฐมนตรี
ฆ - โฆษณาหาเสียง
ง - งบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน
จ - จริยธรรม
ฉ - ฉ้อราษฎร์บังหลวง
ช - ชนชาวไทย
ซ - ซื่อสัตย์
ฌ - มัชฌิมาปฏิปทา
ญ - ญัตติ
ฎ - ฎีกา
ฏ - ปฏิญาณ
ฐ - ฐานันดรที่ ๔
ฑ - มณเฑียรบาล
ฒ - วัฒนธรรม
ณ - ประณาม
ด - ดุลอำนาจอธิปไตย
ต - ตรวจสอบ
ถ - ถอดถอน
ท - ทุจริต
ธ - ธรรมาภิบาล
น - นิติรัฐ
บ - บัญชีรายชื่อ
ป - ประชาธิปไตย
ผ - เผด็จการ
ฝ - ฝ่ายค้าน
พ - พรรคการเมือง
ฟ - ฟื้นฟู
ภ - ภาษี
ม - มารยาททางการเมือง
ย - ยุบสภาฯ
ร - รัฐสภา
ล - เลือกตั้ง
ว - วุฒิสภา
ศ - ศาล
ษ - กษัตริย์
ส - สภาผู้แทนราษฎร
ห - หนี้
ฬ - กีฬา
อ - องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ฮ - ฮุบ
บรรณานุกรม
แนะนำหนังสืออ่านประกอบเพิ่มเติม
ผลงานหนังสือผู้เรียบเรียง
ประวัติผู้เรียบเรียง