9 786169 007906
ความรู้เรื่องเมืองไทย
                                                                                                    สารบัญ


คำนำสำนักพิมพ์                                                                                                                                                   ๓
คำนำผู้เขียน                                                                                                                                                         ๔
บทที่ ๑ เมืองไทยในความสับสน : ลักษณะและที่มา                                                                                                  ๙
บทที่๒ ระบอบการปกครอง และระบบการเมือง                                                                                                         ๓๕
บทที่ ๓ เศรษฐกิจไทย : ความเป็นจริงและภาพลวงตา                                                                                              ๕๙
บทที่ ๔ วิวัฒนาการสังคมไทย และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม                                                                                  ๓๗
บทที่ ๕ ความเป็นไทย และ “ไทยสไตล์” เชิงอรรถ                                                                                                    ๘๙
คำนำผู้เขียน                                                                                                                                                         ๑o๑
          เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการได้เชิญผมไปบรรยายเรื่อง “ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยและความเป็นไทย” ในขอบเขตวิชานักการฑูตยุคใหม่ ของหลักสูตรการอบรมผู้จะดำรงตำแหน่งนักการฑูตระดับผู้ชำนาญการและเลขานุการเอกของกระทรวง
การต่างประเทศ ประจำปี ๒๕๕๒ ซึ่งให้เวลาการบรรยายประมาณ ๓ ชั่วโมง
        ถึงแม้จะมีเวลาเตรียมการบรรยายไม่ถึง ๒ สัปดาห์ แต่ผมก็มีความยินดีและเต็มใจที่จะรับใช้กระทรวงการต่างประเทศ เพราะเห็นว่าเป็นหัวข้อการบรรยายที่มีความสำคัญต่อผู้ที่จะต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในเวทีนานาชาติ อีกทั้งเป็นว่าทางสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการคงจะได้พิจารณาอย่างดีแล้วในการเชิญผมไปบรรยาย อย่างไรก็ตาม เมื่อมาพิจารณาถึงเนื้อหาสาระที่จะต้องนำไปบอกกล่าวแก่บรรดานักการทูตจำนวน ๔๐ คนที่กำลังจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากระดับปฏิบัติการขึ้นสู่ระดับ ชำนาญการและเลขานุการเอกรวมถึงบางคนที่อยู่ในตำแหน่งนักการฑูตระดับชำนาญการและเลขานุการเอกรวมถึงบางคนที่อยู่ในตำแหน่งนักการฑูตระดับชำนาญการอยู่แล้ว ผมก็ต้องใช้ความคิดอย่างรอบคอบว่าจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร จึงจะทำให้ผู้ฟังการบรรยายได้มีความรู้จักประเทศไทยเข้าใจสังคมไทย และมีความตระหนักในความเป็นไทย
       ในเบื้องแรก ผมจะบอกกล่าวอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทย สังคมไทย และความเป็นไทยที่ผมจะแนะนำให้รู้จัก เข้าใจและตระหนัก มิใช่เป็นอะไรที่เรียกกันว่า “ฮาร์ดแวร์” ประเภททุ่งนาป่าเขา หรือหาดทรายขาวสะอาดที่มองเห็นสุดสายตา หรือวัดวาอารามและสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรพิศดารหรือแม้กระทั่งขนบธรรมเนียมประเพณีที่สัมผัสได้ สิ่งที่ผมจะแนะนำเป็นประเภท “ซอฟท์แวร์” คือความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ความเชื่อความศรัทธา จิตสำนึก ตลอดจน “สไตล์” อันเป็นลักษณะพื้นฐานของไทยเรา ซึ่งหมายถึง “วิธี” แบบไทยในการคิด การพูดและการทำ
      สำหรับเนื้อหาสาระนั้น ผมก็คงจะต้องเริ่มด้วยการขจัดบรรดา “ความสับสน” ต่างๆ ที่ห่อหุ้มและแทรกซึมในทุกอนูของสังคมไทยเราในปัจจุบัน ทั้งในด้านการเมือง ในด้านเศรษฐกิจและในด้านสังคม ให้บางเบาไป ก่อนที่จะมองเห็นประเทศไทย สังคมไทยและความเป็นไทยที่ชัดเจน เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็จะไม่สามารถทำความรู้จักประเทศไทยเข้าใจสังคมไทย และตระหนักในความเป็นไทยได้ ผมถือว่า “ความสับสน” ดังกล่าวนี้เป็นปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่ก็ได้สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมืองของเรามิใช่น้อย
      จากนั้นผมก็คงจะต้องแนะนำโครงสร้าง ระบบและกลไกการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยหยิบยกเอาประเด็นที่สำคัญและสามารถเข้าใจได้ทันที มาพิจารณาเชิงวิเคราะห์ เช่น เรื่องระบอบการปกครองที่มี “ประชาธิปไตย” เป็นจุดขัดแย้ง เรื่องเศรษฐกิจทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำเศรษกิจและสังคมไทย เรื่องทัศนะทางสังคมของคนไทยที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและการชี้นำของสื่อโฆษณา ตลอดจนเรื่องที่เกี่ยวกับจิตสำนึกที่ขาดหายไป
      ต่อจากนั้น ผมก็คงจะต้องไล่เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในช่วงเวลาประมาณ ๑๕๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลักษณะของ “วิวัฒนาการสังคม” ที่คนไทยพึงจะต้องมีความรู้และความเข้าใจว่า กว่าที่จะมาถึงวันนี้ สังคมไทยของเราได้ผ่านอะไรมาบ้าง การที่คนไทยมีความรู้สึกนึกคิดที่ผูกพันกับ “วิวัฒนาการสังคมไทย” จะทำให้มีความเข้าใจทั้งปัจจุบันและอนาคต
       สุดท้ายผมก็คงจะต้องจบการบรรยายลง ด้วยการนำเสนอบรรดาสิ่งที่เป็น “จุดแข็ง” ของไทยเรา เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ความสามัคคีปรองดองระหว่างศาสนาที่ต่างกัน ความเป็นมิตรกับชาวต่างประเทศ ความพร้อมในการรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความทันสมัย ฯลฯ แม้กระทั่งการให้ความสำคัญต่อผลสำเร็จในเชิงปฏิบัติ และการมีอารมณ์ขันที่คลายความเครียด
       ในบ่ายวันนั้น ผมก็ได้ดำเนินการบรรยายได้ค่อนข้างครบถ้วนกระบวนความตามที่ได้คิดเอาไว้ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรม ก็คงจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย และผมก็มีความโล่งใจมี่ได้ปฏิบัติภารกิจซึ่งได้รับมอบหมายลุล่วงไปด้วยดี
       เมื่อผมได้นำเอาเรื่องนี้มาเล่าทางรายการวิทยุ “รุ้งหลายสี” (อสมท.เอเอ็ม ๑๔๙๔ ระหว่าง ๘.๐๐ – ๙.๐๐ น. ทุกเช้า เว้นเช้าวันอาทิตย์) ก็ได้รับคำแนะนำเชิงการขอร้องให้ผมเรียบเรียงเรื่องที่ผมไปบรรยาย ณ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ เป็นหนังสือ เพื่อผู้ที่มีความสนใจจะได้อ่านกันอีกทั้งเห็นกันว่าควรที่จะให้แพร่หลายออกไป จะเป็นประโยชน์แก่คนไทยทั่วไป ที่หลายคนยอมรับว่าในระยะหลังๆ นี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยไม่เข้าใจสังคมไทย และมีความไม่แน่ใจสิ่งที่เรียกว่า“ความเป็นไทย”
       ผมพิจารณาข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้ว เห็นพ้องกับความคิดที่ควรจะต้องมีการเผ่ยแพร่เรื่องดังกล่าวนี้ ดังนั้นผมจึงได้เรียบเรียงหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้ขึ้นมา โดยให้ชื่อว่า “ความรู้เรื่องเมืองไทย” ซึ่งเมื่อผมยังเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาหรือชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้เคยเป็นชื่อวิชาๆ หนึ่งในหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในภายหลังชื่อวิชาดังกล่าวนี้หรือแม้กระทั่งวิชาดังกล่าวนี้ ก็ได้อันตรธานไปจากระบบการศึกษาของไทย ซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยในสมัย ปัจจุบันไม่ค่อยจะมี “ความรู้เรื่องเมืองไทย” หรือหากจะมีความรู้บ้างจากการบอกเล่า หรือการโฆษณา ก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวก็เป็นได้
       ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะให้ความรู้ความเข้าใจในสาระสำคัญของเมืองไทย ตลอดจนให้ความเพลิดเพลินแก่ท่านผู้อ่านบ้างตามสมควร

                                                                                     ดร. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร
                                                                                            ราชบัณฑิต
                                                                                       ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒