ความเห็นถูกเป็นเหตุปัจจัย พัฒนาคนเป็นพลเมืองดี
โพสต์เมื่อ : 30 มี.ค 2565 เวลา 7:53 น.
พลเมืองดี หมายถึง ประชาชนผู้ทำหน้าที่ของตนตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อาทิ เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ, รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ, ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด, เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม, เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ, ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม, พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ซึ่งเป็นผลดีให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้าและสังคมมีความสงบสุข
ทุกประเทศทั่วโลกต่างล้วนมุ่งหวังให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี ยิ่งมีพลเมืองดีมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีกับประเทศชาติมากขึ้น การทำหน้าที่ของพลเมืองดีตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่มีบทบาทแตกต่างกันไป จะเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม
ผู้ที่จะได้รับการเรียกว่าเป็นพลเมืองดีนั้นจะต้องเป็นผู้มีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึก ปัจจัยพื้นฐานของการเป็นพลเมืองดีขึ้นอยู่กับ การได้รับการเลี้ยงดู การอบรมบ่มนิสัยตั้งแต่วัยเด็กอย่างเหมาะสมจากครอบครัวให้รู้จักการพึ่งตนเอง รู้หน้าที่ มีวินัยและมีความรับผิดชอบ รวมถึงได้รับการศึกษาเรียนรู้ทางวิชาการ วิชาชีพ ตลอดจน ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างมีคุณค่า ซึ่งเมื่อเติบใหญ่สามารถประกอบสัมมาอาชีวะ อาทิ นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ พนักงาน ลูกจ้าง เกษตรกร ฯลฯ จึงจะเป็นพลเมืองดีที่พึงประสงค์ของบ้านเมือง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นพลเมืองดีก็ เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่งที่ยังมีกิเลสต้องขัดเกลาอีกมาก หากชาวพุทธมีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการฟังธรรมตามกาลซึ่งจะเป็นเหตุนำไปสู่การมีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) มีปัญญา โดยปัญญาจะละคลายความไม่รู้ (อวิชชา) ตามลำดับขั้นโดยรู้ว่าไม่มีตัวตน ไม่มีเรา ไม่ใช่ของเรา ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่มีจริง (สัจธรรม) ซึ่งมีสองประเภท คือ ประเภทแรก นามธรรม หรือนามธาตุ หรือนามขันธ์ เป็นสภาพรู้ประกอบด้วยจิตและเจตสิกมีการเกิดและดับ ประเภทที่สอง รูปธรรม หรือรูปธาตุ หรือรูปขันธ์ เป็นสภาพที่ไม่รู้แต่ถูกรู้ มีการเกิดและดับ เป็นสิ่งที่ปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย นามธรรม หรือรูปธรรมที่กล่าวถึงนี้มี สามัญลักษณะ 3 ประการ (ไตรลักษณ์) คือ ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) ไม่ใช่ตัวตน (บังคับบัญชาไม่ได้)
เมื่อมีความเห็นถูกปัญญาที่รู้ความจริงจะมีกำลังมากขึ้น สภาพธรรมฝ่ายดี (กุศลธรรม) จะมีมากกว่าสภาพธรรมฝ่ายไม่ดี (อกุศลธรรม) เพราะมีการขัดเกลากิเลส ละอายชั่วกลัวบาป จึงจะเป็นพลเมืองดีที่แท้จริง เนื่องจากกำลังของปัญญาที่มีความมั่นคง ความเห็นถูกนั้นเป็นปัญญาที่เกิดจากการฟังธรรม (สุตามยปัญญา) ปัญญาที่เกิดจากการพิจารณาไตร่ตรอง (จินตามยปัญญา) และปัญญาที่เกิดจากการอบรมเจริญธรรมที่เข้าถึงแก่นธรรม (ภาวนามยปัญญา)
โอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตคือการฟังธรรมตามกาลนอกจากจะเป็นเหตุแห่งความสุขและความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต (มงคล) แล้ว ยังเป็นที่ตั้งแห่งการกระทำความดี (บุญกิริยาวัตถุ) ซึ่งเป็นบุญที่สำเร็จจากการฟังพระสัทธรรม (ธัมมัสสวนมัย) อีกด้วย ชาวพุทธทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทกับการดำเนินชีวิตโดยละเลยการฟังธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปรกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคลในชาตินี้และมีการสะสมปัญญาสืบต่อไปในชาติหน้า
เพื่อเป็นประโยชน์และเกื้อกูลต่อชาวพุทธในการฟังธรรมตามกาลที่ตรงตามพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีกิจกรรมการฟังธรรม ที่มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ถนนเจริญนคร ซอย 78 กรุงเทพฯ โดยแบ่งประเภทการสนทนาออกเป็นดังนี้
วันเสาร์ 09.00 - 12.00 น. สนทนาพระสูตร
13.00 - 16.00 น. สนทนาปรมัตถธรรม
16.00 - 17.00 น. การประชุมวิชาการเพื่อศึกษาและค้นคว้าพระธรรมจากพระไตรปิฎกให้
ละเอียดให้ละเอียดรอบคอบลึกซึ้งถูกต้องยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ 09.00 - 10.15 น. สนทนาพระวินัย
10.30 - 12.00 น. สนทนาพื้นฐานพระอภิธรรม
13.00 - 14.00 น. สนทนาพื้นฐานปัจจัยสภาพธรรม
14.00 - 16.00 น. สนทนาเรื่องปฏิบัติธรรม
วันจันทร์ 07.00 - 09.00 น. สนทนาธรรมกับกลุ่มอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
วันพุธ 09.00 - 10.30 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ – จีน
14.00 - 15.30 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ – เวียดนาม
วันเสาร์ 10.00 - 12.00 น. สนทนาธรรม ไทย – ฮินดี
14.00 - 16.00 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ
มูลนิธิฯ จะจัดกิจกรรมการฟังธรรมและการสนทนาธรรมครั้งใหม่ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง แต่ชาวพุทธก็สามารถติดตามศึกษาพระธรรมจากสื่อต่างๆ ดังนี้
การเผยแผ่ธรรมะออกอากาศทางสถานีวิทยุ “แนวทางเจริญวิปัสสนา” โดย อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และ ต่างจังหวัดรวมทั้งสิ้น 46 สถานี
การออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ รายการ “บ้านธัมมะ”
ทุกวันพุธ 16.00 - 17.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2
ทุกวันเสาร์ 04.05 - 04.55 น. ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11
07.00 - 08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2
ทุกวันอาทิตย์ 02.00 - 03.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2
08.00 - 09.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ รัฐสภา ออกอากาศทางเคเบิลทีวี
.......................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”... อ่านต่อที่ : https://d.dailynews.co.th/article/845805/