สารบัญ
คำนำสำนักพิมพ์ ๓
คำนำผู้เขียน ๔
๑. มาตรวัดความสำเร็จและความล้มเหลวของการศึกษา ๙
๒. คุณสมบัติของ “ผู้มีการศึกษา” ๑๔
๓. ความมุ่งหมายของการศึกษาที่ยังไม่สัมฤทธิผล ๒๓
๔.วัตถุประสงค์ของนโยบายการศึกษา ๒๙
๕. การศึกษา : เทคโนโลยีพัฒนาคน พัฒนาสังคม และพัฒนาโลกมนุษย์ ๓๙
๖. บทบาทของครูในการศึกษา ๔๙
๗. การศึกษากับเศรษฐกิจ ๖๓
๘. การปฏิรูปการศึกษา ๗๑
๙. ทศตวรรษที่สองของ “การปฏิรูปการศึกษา” ๗๙
๑๐. การทบทวนแนวความคิดในภาพรวม ๗๕
๑๑. บุคลากรทางการศึกษา : บทบาทที่ต่างกัน ๑o๓
๑๒. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๑๓
๑๓.อาชีวศสึกษา อุดมศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่ ๑๒๓
ผลงานหนังสือของ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ๑๓๘
ประวัติผู้เขียน ๑๔๔
นอกจากนั้น ทั้งปัจเจกบุคคลและสังคมเป็นส่วนรวมก็ได้ยอมรับว่า “การศึกษา” เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการพัฒนาบุคคลและสังคมไปสู่ความเจริญในแทบทุกมิติ บุคคลโดยทั่วไปยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังสังคมด้วย “การศึกษา” ในขณะที่การพัฒนาบ้านเมืองก็เป็นไปได้ที่เริ่มต้นด้วย “การศึกษา” ของพลเมือง
คนไทยเราได้รับการตอกย้ำในความสำคัญของ “การศึกษา” มาแต่โบราณ ดังมีคำสั่งสอนที่จำได้อย่างไม่รู้ลืม เช่น “รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา” และ “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน” เป็นต้น พระราชนิพนธ์ในราชกาลที่ ๕ ที่ระบุว่า “ความรู้คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย” ก็ชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีความรู้ ก็ไม่มีพลัง และเมื่อปราศจากพลัง ก็จะทำสิ่งใดไม่ได้เลย จากสุภาษิตเหล่านี้ เราก็พอที่จะเห็นว่า “การศึกษา” นั้นหมายถึง “วิชาความรู้” นั่นเอง สังคมไทยของเรานับถือและยกย่องบุคคลที่มีวิชาความรู้ โดยเรียกว่า “คนมีวิชา” และ “คนมีความรู้” ดังนั้น เมื่อ “การศึกษา” เป็นที่มาของ “วิชาความรู้” สังคมไทยจึงไม่เคยปฏิเสธ “การศึกษา” มาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมืองไทยเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตกซึ่งมี “การศึกษา” เป็นแก่น เมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีที่ผ่านมา “การศึกษา” เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการอภิวัฒน์สังคมไทยตลอดระยะเวลาดังกล่าว
ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง “เศรษฐกิจ” และ “การศึกษา” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์อันมีหลายมิติ อีกทั้งเป็นความสัมพันธ์ที่มีลีกษณะเป็นโครงสร้างของสังคม “การปฏิรูปการศึกษา” ที่มิได้ให้ความเอาใจใส่อย่างเพียงพอต่อเรื่องดังกล่าวนี้ จะเป็นความล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ประเด็นว่าด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่าง “เศรษฐกิจ” กับ “การศึกษา” จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งจะต้องยอมรับในเบื้องแรกเช่นกัน
ผมมิใช่ “นักการศึกษา” โดยพื้นฐานวิชาความรู้ หากมีความผูกพัน กับ “การศึกษา” มาตลอดชีวิต ทั้งในฐานะ “นักเรียน” ในฐานะ “ผู้ปกครอง” และในฐานะ “ครู” ตลอดจน “ผู้บริหารสถาบันการศึกษา” และมีโอกาสได้คชุกคลีกับ “การศึกษา” ในหลายมิติ ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ผมมีวิสัยทัศน์และแนวคิดอันเกี่ยวกับการศึกษาของไทยในหลาย
ประเด็น ซึ่งผมรู้สึกว่ามิได้รับความเอาใจใส่มากเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ผมได้เคยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวนี้ในหลายโอกาส ทั้งทางรายการวิทยุ ข้อเขียนในนิตยสารและวารสารตลอดจนที่แทรกอยู่ในหนังสือบางเล่ม หากไม่เคยได้ประมวลเอาไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ผมได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ขอให้
นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวคิดอันเกี่ยวกับการศึกษาของเมืองไทย เพื่อให้บรรดาผู้ซึ่งเกี่ยวข้องและมีความสนใจในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีจำนวนมาก ได้มีโอกาสรับทราบเอาไว้พิจารณา ทั้งนี้อาจารย์ทวีศักดิ์ฯ มีความเห็นว่าเรื่อง “การศึกษา” มีความสำคัญยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะมอบให้เฉพาะ “นักการศึกษา” เพียงจำนวนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งรับผิดชอบในการกำหนดอนาคตของเมืองไทยและเยาวชนคนไทยอย่างที่เคยเป็นมา ผมยินดีกระทำตามคำแนะนำอันมีคุณค่าดังกล่าว โดยพิจารณาเห็นว่าวิธีการนำเสนอที่ดีที่สุดในที่นี้ก็คือ การกล่าวถึงแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น เป็นข้อเขียนสั้นๆ ในลักษณะเดียวกับการเขียนคอลัมน์ในหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะผู้อ่านสามารถที่จะอ่านเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจ
เท่านั้น
ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร
ราชบัณฑิต
วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๒
- เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วยเรื่อง ทศวรรษที่ 2
ของการปฏิรูปการศึกษา, คุณสมบัติของผู้มีการศึกษา, บทบาทของครูในการศึกษา,
การศึกษากับเศรษฐกิจ ฯลฯ
- รูปเล่มหนังสือขนาด A5 (พ็อกเก็ต บุ๊ค) ปกพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม
พิมพ์ 4 สี เคลือบ UV เนื้อในพิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ 1 สี
หนา 144 หน้า ราคา 130 บาท