Website Banner
รับฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
ดำเนินรายการโดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุลรายการเด็กดีของพ่อแม่วันเสาร์
เวลา 16.00
17.00 น.
สถานีวิทยุ กทม. คลื่น A.M.873 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

รายการคุยกันเช้าวันอาทิตย์
วันอาทิตย์ เวลา 06.00 07.00 น.สถานีวิทยุ กทม.
คลื่น A.M.873 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

รายการทันโลกเกษตร
วันอาทิตย์ เวลา 22.00 22.30 น.สถานีวิทยุ มก. คลื่น A.M.1107 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

 
 

















 
track web site visits
 
     
  ข่าวสารการเมืองและความ


 
 
 
 

     
 
 ปปช. มีมติไม่อนุญาตให้มีการชี้แจงและให้ถ้อยคำเพิ่มเติมของพยานอีก 2 ปาก
ในคดีโครงการรับจำนำข้าวตามที่นายกรัฐมนตรีร้องขอ
 
     
  18 เมษายน 2557  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติ
ไม่อนุญาตให้มีการชี้แจงและให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในคดีโครงการรับจำนำข้าวอีก 2 ปาก คือ นายสมชัย 
สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีร้องขอ
เนื่องจากเห็นว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้ชี้แจงและให้ถ้อยคำต่อ ปปช. ทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเพียงพอแล้ว รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีเรื่องโครงการรับจำนำข้าวซึ่งคณะกรรมการ ปปช. มีเอกสารหลักฐานทั้งหมดแล้ว 
         คาดว่าจะคำวินิจฉัยประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2557 
 
     
 
 
     
     
   แนวทางการขับเคลื่อนของ กปปส. สู่การปฏิรูปประเทศ  
     
   8 เมษายน 2557  เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศัยที่เวทีสวนลุมพินีถึงแนวทางการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลในการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  ซึ่งหากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 
ไม่มีสถานภาพในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและไม่สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือถูกชี้มูลความผิดจาก ปปช. อำนาจอธิปไตยก็จะถูกริบคืนมาเป็นของปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ถือว่าเป็นการปฏิบัติภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ
 
     
 
 
     
   คณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. พิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการ ปปช.แทนกรรมการ ปปช. ที่พ้นจากตำแหน่งได้แล้ว  
     
   8 เมษายน 2557  ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. ได้พิจารณาคัดเลือกนางสาว
สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ปปช. คนใหม่แทนกรรมการ ปปช. คนเดิมที่พ้นจากตำแหน่ง โดยคัดเลือก
จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 14 คน   ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. จะส่งชื่อกรรมการ ปปช. 
คนใหม่ไปให้วุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
 
     
 
 
     
  กปปส. ประกาศวันเผด็จศึก
 
     
  5 เมษายน 2557  การประชุมใหญ่ กปปส. ทั่วประเทศกว่า 1,800 เครือข่ายและต่างประเทศอีก 8 เครือข่ายที่สวนลุมพินีมีมติให้มีการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสถานภาพ
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  หรือวันที่ ปปช. ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลเข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส.  
     
  3 เมษายน 2557  ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับเลขาธิการ กปปส. และแกนนำรวม 18 คนในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ศาลอาญาอนุมัติให้กรมสอบสวน
คดีพิเศษหรือดีเอสไอเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557   เนื่องจากรัฐบาลมีคำสั่งให้ยกเลิกประกาศ พรก.ฉุกเฉินแล้ว
 
     
 
 
     
     
   ศาล รธน. รับคำร้องพิจารณาสถานภาพนายกรัฐมนตรี
 
     
   2 เมษายน 2557  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา
ให้วินิจฉัยสถานภาพของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตาม
มาตรา182 (7) หรือไม่  เนื่องจากกระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 267 มาตรา 268 และมาตรา 269 กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี  จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ  ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะต้องไปชี้แจงหรือ
ทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือมอบหมายตัวแทนไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับ
ตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารจากศาล
 
     
 
 
     
   ผลการประชุม ผบ. กองทัพไทยกับ ผบ. 3 เหล่าทัพ
 
     
          2 เมษายน 2557  ผู้บัญชาการกองทัพไทยได้ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพถึง
สถานการณ์ของบ้านเมืองว่าจะต้องเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน  โดยทหาร
จะไม่เข้าข้างกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด พร้อมขอร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรงและควรชุมนุมอย่างสงบ
ส่วนความขัดแย้งที่ยังมีอยู่นั้นให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้หาวิธีแก้ปัญหา ทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย และ
ยอมรับว่าในบางกรณีการใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเป็นเงื่อนไขทางการเมือง
ต้องแก้ไขไปตามขั้นตอนโดยขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทน
อย่างไรก็ตามหน่วยงานความมั่นคงได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะมีการชุมนุมทาง
การเมืองในวันที่ 5 เมษายน 2557 ไว้แล้ว
 
     
 
 
     
     
   กปปส. วางมาตรการเข้มงวดกับการรักษาความปลอดภัย  
     
  2 เมษายน 2557   แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่าจะใช้มาตรการเข้มงวดกับการรักษาความ
ปลอดภัยให้มากขึ้น การเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุมจะจัดรูปแบบขบวนให้มีการ์ด กปปส. และการ์ดอาสารักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุมทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมตั้งแต่หัวขบวนไปจนถึงท้ายขบวน  โดยมีการสำรวจและตรวจสอบเส้นทางเดินขบวนอย่างเข้มงวดและระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษพื้นที่ที่มีตึกสูงและบริเวณสี่แยกต่างๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
 
     
 
 
     
     
   ปปช. มีมติถอดถอนประธานรัฐสภาออกจากตำแหน่ง  
     
   1 เมษายน 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้พิจารณา
สำนวนคดียื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภา  กรณีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนประธาน
รัฐสภาออกจากตำแหน่ง
เนื่องจากมีมูลความผิดฐานว่าส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติตามมาตรา 3 มาตรา
125 วรรค 1 และวรรค 2 มาตรา 291   เพราะได้นำญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่ฉบับของนายอุดมเดช รัตนเสถียร และคณะเสนอ และร่างฯ ดังกล่าวไม่มีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อเสนอญัตติ อีกทั้ง
ตัดสิทธิผู้ขอภิปรายในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ  และจงใจปิดอภิปรายทั้งที่ยังมีสมาชิกยังไม่ได้ใช้สิทธิ
อภิปรายจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังตัดสิทธิผู้ขอคำแปลญัตติและผู้สงวนความเห็นจำนวน 57 คน
จึงเป็นมูลเหตุให้ถอดถอนประธานรัฐสภาออกจากตำแหน่งตามมาตรา 270 และมาตรา 274
ส่วนประเด็นที่ให้ลงมติในวาระ 3 ทั้งที่มีสมาชิกทักท้วงว่าไม่สมควรเพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับ
คำร้องเรื่องนี้ไว้ ปปช. เห็นว่าไม่มีมูลจึงให้ตกไป
พร้อมกันนี้จะจัดทำรายงานถอดถอนให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน  ส่วนคดีอาญายังอยู่
ในระหว่างการพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง
 
     
 
 
     
   ปปช. มีมติสอบพยานคดีโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม  
     
   1 เมษายน 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติให้
สอบพยานคดีโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติมอีก 3 ราย คือ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายก
รัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ในประเด็นการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวรวมถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง ในประเด็นความเสียหายด้านการเงินและการคลังของประเทศ  โดยจะมีการประสานไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ให้นำทั้ง 3 คนมาให้ปากคำ
การสอบพยานเพิ่มเติมในครั้งนี้เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ร้องขอ
ให้คณะกรรมการ ปปช. สอบพยานเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาละเมิดการปฏิบัติหน้าที่ฐานไม่ระงับยับยั้ง
โครงการรับจำนำข้าวอีก 11 ปากใน 13 ประเด็น และขอเอกสารเพิ่มเติมจาก ปปช. อีกจำนวนมาก
ส่วนคำร้องขอให้ ปปช.ยุติการพิจารณาข้อเท็จจริงคดีโครงการรับจำนำข้าว  ปปช. จะนำไปพิจารณาร่วมกับเอกสารจำนวน 151 หน้าที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียื่นชี้แจงต่อ ปปช.เมื่อวันที่ 
31 มีนาคม 2557
เลขาธิกการ กปปส. ยืนยันว่าจะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไปและจะไม่มีวันคืนคำ
1 เมษายน 2557 เลขาธิการ กปปส.ปราศัยที่เวทีสวนลุมพินีขอให้ผู้ชุมนุมมีความอดทนและ
ไม่ย่อท้อในภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อให้มีการปฏิรปประเทศก่อนการเลือกตั้ง และกล่าวย้ำว่าจะ
เลิกเล่นการเมืองโดยไม่มีการคืนคำ การนำมวลมหาประชาชนในครั้งนี้เพื่อต้องการนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น
 
     
 
 
     
     
   กปปส. ขอให้ข้าราชการร่วมอยู่เคียงข้างประชาชน  
     
   1 เมษายน  2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมไปศูนย์ราชการ (แจ้งวัฒนะ) เพื่ออ่าน แถลงการณ์เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนและขอให้ข้าราชการอยู่เคียงข้างประชาชนในการปฏิรูป
ประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   กปปส. นัดแกนนำทุกจังหวัดทั่วประเทศประชุมใหญ่  
     
         30 มีนาคม 2557 เลขาธิการ กปปส. นัดแกนนำ กปปส. ทุกจังหวัดทั่วประเทศร่วมประชุมใหญ่
เพื่อหารือแนวทางและแผนงานในการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 5 เมษายน
2557 ที่สวนลุมพินี
 
     
 
 
     
     
   ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ  
     
  31 มีนาคม 2557  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับคำฟ้องเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2557 กรณี กกต. ให้
ใบเหลืองเนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการปราศรัยโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่งได้รับความเสียหาย หลังจากนี้
นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครแทน
จากนี้ไปหากศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยคดีนี้ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาก็สามารถกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ
 
     
 
 
 
 
     
   กกต. สรุปผลการเลือกตั้ง ส.ว. อย่างไม่เป็นทางการ  
     
  30 มีนาคม 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2557 ดังนี้
- ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง       44  ล้านคน
- ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง  18  ล้านคน
- คิดเป็นร้อยละ 42
- บัตรเสียมีกว่า 9 แสนบัตร
- ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมีกว่า 2 ล้านบัตร
หมายเหตุ 
- ผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดที่ไม่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 7 วัน
- ผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน  กกต. จะพิจารณาคำร้องและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน
 
     
     
     
 
 
     
     
   ผลการเลือกตั้ง ส.ว. กรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ  
     
                 30 มีนาคม 2557  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและปลัดกรุงเทพ
มหานครร่วมกันแถลงผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ  ซึ่งผู้มีสิทธิ
ออกเสียงเลือกตั้งมีจำนวน 4,365,905 คน  มีผู้มาใช้สิทธิ 1,248,881 คน  คิดเป็นร้อยละ 28.61 โดยมีคะแนน 3 อันดับแรกดังนี้
 หมายเลข  ชื่อผู้สมัคร ส.ว.  คะแนน
 8  คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา  552,530
 1  พล.ต.ต.สุพิสาร ภักดีนฤนาถ  267,947
 9  นายโฆสิต สุวินิจจิต  79,747
                                
ทั้งนี้คุณหญิงจารุวรรณ เมนธกา ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้สูงสุดของประเทศ
 
     
 
 
     
     
   ปปช. มีมติไม่ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงฯ คดีจำนำข้าวตามที่นายก รมต. ร้องขอ  
     
  27 มีนาคม 2557  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้มีมติ
ไม่ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตามที่ร้องขอ  เนื่องจากระยะเวลาการขยายให้ครั้งแรกแล้วถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับในส่วนการตรวจสอบเอกสารพยานหลักฐาน  จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง หรือจัดส่งเอกสารมาให้คณะกรรมการ ปปช. ในขั้นตอนของการไต่สวนโดยทนายความไม่สามารถกระทำการแทนผู้ถูกกล่าวหาได้  และเคยได้รับการเลื่อนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาแล้ว  ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคม 2557 
หากนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง  คณะกรรมการ ปปช. จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงได้ทันทีตามเอกสารพยานหลักฐานที่มีอยู่
 
     
 
 
     
     
   กปปส. นัดชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  
     
           22 มีนาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศัยที่เวทีชุมนุมสวนลุมพินีเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกันชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม 2557 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติ
ให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ โดย กปปส. จะเดิน
ขบวนเชิญชวนคนกรุงเทพฯ ออกมาร่วมชุมนุมในระหว่างวันที่ 24-28 มีนาคม 2557 
สำหรับ กปปส. ต่างจังหวัดทั่วประเทศขอให้ร่วมกันออกมาชุมนุมแสดงพลังเรียกร้องให้มี
การปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอร่วมกับ กปปส. กรุงเทพฯ ในวันที่ 29 มีนาคม 2557
 
     
 
 
 
 
     
   กปปส. ย้ำเจตนารมณ์ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  
     
           21 มีนาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศัยที่เวทีชุมนุมสวนลุมพินีว่า กปปส. มีจุดมุ่งหมาย
ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การเลือกตั้งสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ
 
     
 
 
     
     
   ศาล รธน. มีมติให้การเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะ  
     
  21 มีนาคม 2557  ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรพุทธศักราช 2556  เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบตาม
รัฐธรรมนูญหรือไม่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6:3 ให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรค 2  เนื่องจาก
พระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ พุทธศักราช 2556 กำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
แต่ปรากฎว่ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน
 
     
 
 
 



 
   ปปช. มีมติถอดถอนประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่ง  


 
          20 มีนาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) 
มีมติเป็นเอกฉัทน์ให้ถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่ง  เนื่องจากใช้อำนาจโดยมิชอบขัดต่อหลักนิติธรรม เอื้อประโยชน์ต่อเสียงข้างมากกรณีทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา
ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.  โดยได้ตัดสิทธิ
ผู้สงวนคำแปลญัตติและผู้ขออภิปราย
        ปปช. จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิด ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 3 วรรค 2 และมาตรา 291 ซึ่งเป็นมูลเหตุให้สมควรถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง  โดยจากนี้ ปปช. จะส่งเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 และ 274 ซึ่งจากผลของการชี้มูลดังกล่าวส่งผลให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ต้องยุติการทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาทันทีตามรัฐธรรมนูญ
 
     
 
 
     
     
   ครม. มีมติยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน  
     
         18 มีนาคม 2557  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  เพื่อลดระดับการควบคุมการชุมนุมทางการเมืองกลับมาเป็นพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรดังเดิม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม–30 เมษายน 2557  
     
 
 
     
     
  กปปส. ปฏิเสธการเจรจาและไม่เสนอชื่อคนกลาง  
     
          17 มีนาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปฏิเสธการเจรจากับรัฐบาลและไม่เสนอรายชื่อคณะคนกลางตามที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 6 องค์กรร่วมกันทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ กปปส. เพื่อยุติความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่ายทั้งนี้ กปปส. มีเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีจุดยืนให้มีการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยสภาประชาชนเสียก่อน แล้วจึงค่อยจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งใหม่
 
     
 
 
     
     
   องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 6 องค์กรเสนอตั้งคณะกรรมการคนกลางเจรจายุติความขัดแย้งเพื่อหาทางออกของประเทศ  
     
         17 มีนาคม 2557  องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 6 องค์กรประกอบด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานคณะ
กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  มีมติเสนอกรอบการเจรจาคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองและแผนที่
ความสำเร็จ (road map) 6 ขั้นตอน ได้แก่ 
  1. การประกาศต่อสาธารณะและให้สังคมมีส่วนร่วมมีการส่งเสริมให้เกิดการเจรจา
  2. ให้มีคณะคนกลางมีการเจรจาซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย
  3. รับฟังข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อตั้งข้อเสนอใหม่ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้
  4. ประสานเจรจาเพื่อปรับข้อเสนอทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้ากันมากที่สุด
  5. จัดประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับได้
  6. การร่วมแสดงผลการเจรจาต่อสาธารณะ
ทั้งนี้ในเบื้องต้นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง 6 องค์กรจะทำหน้าที่อำนวยให้เกิดคณะคนกลางในการเจรจาเท่านั้น  ส่วนประเด็นและขั้นตอนการเจรจาเป็นหน้าที่ของคณะคนกลางการสรรหาคณะคนกลาง ประธานองค์กรอิสระฯ จะมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ กปปส. ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกันในวันที่ 18 มีนาคม 2557  เพื่อขอให้เสนอชื่อคนกลางฝ่ายละ 10 คนภายในระยะเวลาประมาณ 7 วัน โดยหากได้รายชื่อตรงกันจำนวน 5 รายชื่อจะประสานงานขอให้บุคคลเหล่านั้นมาเป็นคณะคนกลาง แต่หากได้รายชื่อไม่ตรงกันก็จะขอให้เสนอรายชื่อใหม่อีกครั้งจนกว่าจะได้รายชื่อคณะคนกลางซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือนจึงจะเกิดกลไกการแก้ปัญหาที่ชัดเจน
 
     
 
 
     
 

 
ศาล รธน. รับคำร้องของ กกต. ประเด็นการจัดการเลือกตั้งไว้พิจารณา
 
     
 
12 มีนาคม 2557  ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยประเด็นการจัดการเลือกตั้งไว้พิจารณาวินิจฉัยมาตรา 214  เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการรับสมัครเลือกตั้งใหม่ในการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยเฉพาะใน 28 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่มีผู้สมัครและไม่สามารถจัดให้มีการรับสมัครได้ ซึ่งเกิดเป็นกรณี
ความขัดแย้งระหว่างองค์กร คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะรัฐมนตรี
 
     
 
 
     
 
ศาล รธน. รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ไว้พิจารณา
 
     
 
12 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย
ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1) ว่าการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งครั้งนี้และให้มีการดำเนินการ
เลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
 
     
 
 
   
 
ศาล รธน. มีมติเห็นว่าร่าง พรบ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญ
 
     
 
12 มีนาคม 2557 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องตามที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศมีกระบวนการและมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 วรรค 1 และมาตรา 140 หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่
 
คณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดการพิจารณาเป็น 2 ประเด็นดังนี้
ตุลาการมีมติเสียงข้างมาก 6:2 เสียงเห็นว่ากระบวนการครั้งนี้ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการกดบัตรแทนกัน และยังเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาต้องมีอิสระในการทำหน้าที่ สมาชิก  1 คนย่อมมี 1เสียง
ตุลาการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 8 ว่าด้วยการเงินการคลังและงบประมาณ เนื่องจากเห็นว่าการกู้เงินดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินของแผ่นดิน การใช้จ่ายจึงจำเป็นต้องเป็นไปตามระบบงบประมาณปรกติตามกรอบวินัยการเงินการคลัง และต้องรายงานต่อรัฐสภา อีกทั้งยังเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินโครงการ และมีข้อความที่เป็นสาระสำคัญขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงมีผลให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตกไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรค 3
 
     
 
 
     
 
 
  กกต. ให้ใบเหลืองผู้ว่าราชการ กทม.  
     
 
        11 มีนาคม 2557  ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 3:2 เสียงให้ใบเหลือง ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกรณีผู้สนับสนุนปราศัยใส่ร้ายพรรคการเมืองอื่น โดย กกต.
ไม่มีมติดำเนินคดีทางอาญากับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ผู้กระทำความผิดโดยตรง
            หลังจากนี้ กกต. จะส่งเรื่องไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาต่อไป โดยในระหว่างนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ต้องยุติการทำหน้าที่แต่ต้องไปแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล
 
     
 
 
     
     
  วันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ทดแทนใน 11 จังหวัด  
   
  11 มีนาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทดแทนใน 11 จังหวัด 
   - วันที่ 5 เมษายน 2557  เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2   
กุมภาพันธ์ 2557  ใน 5 จังหวัดประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร
   - วันที่ 27 เมษายน 2557 เป็นวันเลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้ง
ทดแทนในวันเลือกตั้งในอีก 6 จังหวัดประกอบด้วย พังงา สตูล ระนอง ชุมพร นครศรีธรรมราช และภูเก็ต
               ส่วนการจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครจะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
 
     
 
 
     
     
  กปปส. เปิดเวทีวิชาการปฏิรูปประเทศไทย  
     
   10 มีนาคม 2557  กปปส. เปิดเวทีวิชาการให้ความรู้แก่ประชาชนก่อนนำไปสู่ข้อสรุปทางวิชาการและการรวบรวมความคิดให้แก่เวทีสมัชชาประชาชน จากนั้นจึงนำเข้าสู่สภาประชาชนแล้วจึงมีรัฐบาลของประชาชนต่อไป
การเปิดเวทีวิชาการเริ่มตั้งแต่วันที่ 10-21 มีนาคม 2557 ภายใต้ 6 หัวข้อหลักดังนี้
1. การแก้ปัญหาความยากจน การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างสังคม
2. การทุจริตคอร์รัปชั่น
3. การกระจายอำนาจ
4. การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ
5. การปฏิรูปการเมือง การเลือกตั้งและระบบพรรคการเมือง
6. การปฏิรูประบบราชการ
นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องเปิดเวทีเสวนาในครั้งต่อไปเพื่อรวบรวมความคิดเห็นให้ครบทุก
หัวข้อ อาทิ พลังงาน การศึกษา สื่อมวลชน และสิ่งแวดล้อม 
กปปส. เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ารับฟังและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดในเวทีดังกล่าวด้วย  หลังจากที่ผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ แล้วก็จะนำผลสรุปออกเผยแพร่และให้ประชาชน
ทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ยื่นหนังสือให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้มีพฤติกรรมแบ่งแยกประเทศ  
     
   6 มีนาคม 2557  แกนนำ กปปส. และมวลชนเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อยื่นหนังสือให้ดำเนินคดีกับผู้มีพฤติกรรมและมีเจตนาแบ่งแยกประเทศเพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา นครสวรรค์ และพิษณุโลกได้ติดป้าย
สนับสนุนให้มีการแบ่งแยกประเทศ มีการทำผ้าโพกหัวเขียน สปป. ล้านนา และมีการปราศรัยทำนอง
ให้แบ่งแยกประเทศหลายคน
 
     
 
 
     
     
   ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีคืนตำแหน่งให้อดีตเลขาธิการ สมช.  
     
         7 มีนาคม 2557  ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายก
รัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำได้ฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งโยกย้ายจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำมิชอบด้วยกฎหมาย
ศาลให้เหตุผลว่าคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีเป็นการใช้ดุลยพินิจไม่ชอบด้วย
กฎหมาย และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ใน กพ. ตามรัฐธรรมนูญ จึงพิจารณาให้เพิกถอน
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 30 กันยายน 2554 และคืนตำแหน่งให้นายถวิลเปลี่ยนศรี ภายใน
45 วันนับจากวันที่ศาลอ่านคำพิจารณา
 
     
 
 
     
     
    เครือข่ายชาวนาไทยยื่นฟ้องรัฐบาลให้ชำระเงินค่าข้าว  
     
           28 กุมภาพันธ์ 2557  ประธานเครือข่ายชาวนาไทยนำกลุ่มชาวนาที่มาร่วมชุมนุมที่กระทรวงพาณิชย์เคลื่อนขบวนไปที่สำนักอัยการสูงสุด เพื่อยื่นหลักฐานฟ้องร้องรัฐบาลให้ชำระเงินค่าข้าวที่ชาวนาได้นำข้าวไปจำนำตามโครงการของรัฐบาลแต่ยังไม่ได้รับเงิน  
     
 
 
     
     
   เลขาธิการ กปปส. พร้อมที่จะเจรจากับนายกรัฐมนตรี  
     
        27 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ  กปปส. ปราศรัยที่เวทีลุมพินีว่าพร้อมที่จะเจรจากับนายกรัฐมนตรีแบบตัวต่อตัว  โดยเผยแพร่การเจรจาทางโทรทัศน์เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงเนื้อหาการเจรจาทั้งหมด  
     
 
 
     
     
   กปปส. เรียกร้องให้ สนง. ตำรวจแห่งชาติเร่งรัดจับกุมคนร้ายกรณีเด็กเสียชีวิต  
     
         26 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมที่แต่งกายชุดดำไว้ทุกข์เคลื่อนขบวนไปหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เด็กที่เสียชีวิต 4 คน และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากในพื้นที่การชุมนุมราชประสงค์และเวทีการชุมนุมที่จังหวัดตราด โดยขอให้ดำเนินการเร่งรัดจับกุมคนร้ายที่ใช้อาวุธสงครามอย่างอุกอาจมารับโทษโดยเร็ว  
     
 
 
     
     
    กปปส. เคลื่อนขบวนแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง  
     
          24 กุมภาพันธ์ 2557  แกนนำ กปปส. ทุกเวทีนำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองด้วยการปิดล้อมสถานที่ราชการเพื่อเชิญชวนข้าราชการหยุดทำงานและออกมาร่วมชุมนุมกับกปปส. ควบคู่กับการกดดันธุรกิจเครือข่ายชินวัตรเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  
     
 
 
     
     
   เครือข่ายชาวนาไทยกำหนดเส้นตายให้รัฐบาลจ่ายหนี้ค่ารับจำนำข้าว  
     
      20 กุมภาพันธ์ 2557  ประธานเครือข่ายชาวนาไทยเปิดเผยว่ากลุ่มชาวนาที่ชุมนุมกันอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลในการชำระหนี้ค่าข้าว โดยได้หารือกับแกนนำแล้วได้กำหนดให้รัฐบาลนำเงินค่าข้าวมาจ่ายกับชาวนาใน 7 วัน หรือไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 2556/2557
 
     
 
 
     
     
   กปปส. ยกระดับการเคลื่อนไหว  
     
         19 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนโดยรถยนต์ไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี  เรียกร้องไม่ให้นายกรัฐมนตรีใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ทำงานและกล่าวว่าจากนี้ไปจะยกระดับมุ่งไปที่ตัวของนายกรัฐมนตรีและบริษัทเครือข่ายของครอบครัว จากนั้นได้เดินทางไปสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)  เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เคียงข้างประชาชน และต่อมาเดินทางไปยังอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ซึ่งเป็นอาคารที่ทำงานของกลุ่มธุรกิจในเครือชินวัตร 
 
     
 
 
     
     
  กกต. มีมติให้จัดการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนใน 5 จังหวัดพร้อมกัน
 
     
         19 กุมภาพันธ์ 2557   คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเรื่องกรอบเวลาการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งในการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
2557  โดยให้จัดการลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดทดแทนในหน่วยเลือกตั้งกลางใน 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม  รวมทั้งการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ใน 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรีและระยอง โดยกำหนดให้ลงคะแนนพร้อมกันในวันที่ 2 มีนาคม 2557 ส่วนการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนในหน่วยเลือกตั้งที่เหลือรวมถึง 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น  กกต. มีมติให้จัดการลงคะแนนโดยเร็ว และต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคำร้องของกกต. เพิ่มอำนาจในการออกประกาศหรือออกเป็นพระราชกฤษฎีการับสมัคร ส.ส.  ส่วนมติเดิมที่ กำหนดวันลงคะแนนในวันที่ 20 และวันที่ 27 เมษายน 2557 นั้นต้องเปลี่ยนแปลงไป
 
     
 
 
     
     
  ศาลแพ่งไม่เพิกถอน พรก. ฉุกเฉินแต่ห้ามสลายการชุมนุม
 
     
         19 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลแพ่งไม่เพิกถอน พรก. ฉุกเฉินตามที่แกนนำ กปปส. เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นจำเลย  เรื่องละเมิดจากการประกาศ พรก. ฉุกเฉิน และออกข้อกำหนดโดยไม่ชอบและไม่มีเหตุจำเป็นศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากฎหมายให้อำนาจฝ่ายบริหารในการออก พรก. ฉุกเฉินเมื่อเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์คับขัน  แต่การออก พรก. ฉุกเฉินดังกล่าวต้องมีผลบังคับใช้กับคนทุกกลุ่ม  ศาลเห็นว่าการออกประกาศของจำเลยนั้นเป็นการบังคับใช้กับผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ  ศาลจึงสั่งห้ามจำเลย 9 ข้อ ได้แก่
1. ห้ามจำเลยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม
2. ห้ามจำเลยยึดอายัดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้สนับสนุนการชุมนุม
3. ห้ามจำเลยตรวจค้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้ชุมนุม
4. ห้ามจำเลยห้ามผู้ชุมนุมซื้อขายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคใช้ในการชุมนุม
5. ห้ามจำเลยปิดการจราจรเส้นทางคมนาคม
6. ห้ามจำเลยสั่งการห้ามชุมนุมตั้งแต่แต่ 5 คนขึ้นไป
7. ห้ามจำเลยสั่งห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมตามที่จำเลยสั่งห้ามในประกาศ
8. ห้ามจำเลยสั่งห้ามผู้ชุมนุมใช้อาคาร
9. ห้ามจำเลยมีคำสั่งห้ามบุคคลเข้าและออกพื้นที่การชุมนุม
ส่วนประกาศ พรก. ฉุกเฉินศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนแต่ประการใด
 
     
 
 
     
     
  ปปช. นัดนายกรัฐมนตรีรับการแจ้งข้อกล่าวหาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
 
     
          18 กุมภาพันธ์ 2557  ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
มีมติเอกฉันท์ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 14.00 น.  ภายหลังจากที่ ปปช. ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวแล้ว ปรากฏพยานหลักฐานและเอกสารชี้ชัดว่านายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพิกเฉยและไม่ยับยั้งโครงการทั้งที่มีการทักท้วงจาก ปปช.โดยทำหนังสือทักท้วงถึงปัญหาทุจริตในโครงการ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงการทุจริตจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ขอให้ทบทวนและยุติโครงการดังกล่าวแล้ว ซึ่งพฤติกรรมแสดงถึงเจตนาของนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าโดยไม่ชอบขัดต่อประมวกฎหมายอาญา มาตรา 157  และเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 178 อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตรา 270
 
     
 
 
     
     
  เหตุการณ์ ศรส. ขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า
 
     
           18 กุมภาพันธ์ 2557  ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)  ใช้กำลังตำรวจเข้าขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนิน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นตำรวจ 1 นาย ประชาชน 4 ราย  มีผู้บาดเจ็บ 64 คน  หลังจากที่เหตุการณ์มีความรุนแรงตำรวจได้ถอยกลับไปที่ตั้งนับตั้งแต่มีผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นมามีผู้เสียชีวิต 15 รายและบาดเจ็บ 682 คน
 
     
 
 
     
     
   TDRI แนะให้รัฐบาลขายข้าวในสต๊อคจ่ายหนี้ชาวนา
 
     
              16 กุมภาพันธ์ 2557  นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันการวิจัยและพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI)กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลยังค้างชำระหนี้ชาวนานับแสนล้านบาท ทางออกทางเดียวที่ดีที่สุดรัฐบาลจะต้องเร่งระบายข้าวจากสต๊อคในโกดังเพื่อที่จะได้นำเงินมาจ่ายหนี้แก่ชาวนา อีกทั้งยังกล่าวว่าหากรัฐบาลยังคงมีนโยบายโครงการรับจำนำข้าวต่อไป รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณโดยกู้เงินมาใช้ในโครงการนี้อย่างไม่รู้จบซึ่งจะมีผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
 
     
 
 
     
     
  สมาคมธนาคารไทยแนะธนาคารออมสินและรัฐบาลชี้แจงประชาชน
 
     
         16 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่ามีความเป็นห่วงกรณีประชาชนทยอยถอนเงินสดออกจากธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารและรัฐบาลจะต้องชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจเพื่อระงับการถอนเงินและป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการถอนเงินเป็นจำนวนมาก
        การกู้เงินระหว่างธนาคาร (interbank)  โดยธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยเงินกู้และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เป็นผู้กู้ยังไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมายพร้อมห่วงว่าการปล่อยสินเชื่อระหว่างธนาคารในครั้งนี้จะผิดมาตรฐานทางบัญชีตามวิชาชีพทางบัญชี ขณะเดียวกันอาจจะมีผลเชิงลบต่อการจัดอันดับเครดิตของธนาคารที่ปล่อยสินเชื่ออีกด้วย พร้อมกล่าวอีกว่าสมาคมธนาคารไทยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ยืนยันว่าจะไม่เจรจาใดๆ กับใครทั้งสิ้น
 
     
  15 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศัยบนเวทีผู้ชุมนุมว่าจะไม่เจรจาใดๆ กับใครทั้งสิ้น  การปฏิรูปประเทศจะต้องดำเนินการโดยประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปสู่การปกครองประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
 
     
 
 
     
     
  กกต. ไม่มีอำนาจออกประกาศรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งใหม่
 
     
          12 กุมภาพันธ์ 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องการ
ดำเนินการเลือกตั้งกรณีไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ใน 28 เขตเลือกตั้ง  โดยระบุว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ยังไม่เสร็จสิ้น   กกต. ไม่มีอำนาจที่จะออกประกาศรับสมัครรับเลือกตั้งใหม่เพื่อรับสมัครเพิ่มเติมได้ จำเป็นต้องมีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งโดยให้อำนาจ กกต. กำหนดรับสมัครเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งใหม่และการประกาศงดเว้นการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและนอกเขตจังหวัด
 
     
 
 
     
     
  ศาล รธน. ไม่รับคำร้องที่ กปปส. ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง
 
     
            12 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่ร้อง
ขอให้ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 68  ว่าเลขาธิการ กปปส. และพวกกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการชุมนุมของประชาชนตามคำร้องทั้งหมดเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ โดยมีเหตุผลสืบเนื่องมาจากการต่อต้านร่าง พรบ. นิรโทษกรรมฯ และมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จึงได้ยกคำร้อง
 
     
 
 
     
     
  ศาล รธน. ไม่รับคำร้องให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะ
 
     
           12 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่น
คำร้องให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 1  เพื่อขอให้ศาลสั่งให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ
         ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีมูลที่จะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ
โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 1
 
     
 
 
     
     
  กกต. มีมติจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ใน 21 จังหวัดที่มีปัญหา
 
     
          11 กุมภาพันธ์ 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส. ใน 21
จังหวัดที่มีปัญหาดังนี้ 
- เลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้าของวันที่ 26 มกราคม 2557  เป็นวันที่ 20 เมษายน 2557
- เลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557  เป็นวันที่ 27 เมษายน 2557
ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 180 วัน
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ได้รับเงินสนับสนุนช่วยชาวนากว่า 24 ล้านบาท
 
     
          11 กุมภาพันธ์ 2557   เลขาธิการ  กปปส. เปิดเผยถึงการนำมวลชนเดินขบวนตามเส้นทางย่าน
ธุรกิจสำคัญในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2557  มีประชาชนออกมาให้เงินสนับสนุนช่วยชาวนาเป็นเงินกว่า 24 ล้านบาท
        การระดมทุนช่วยชาวนาของ กปปส. ในครั้งนี้  จะนำไปให้สภาทนายความแห่งประเทศไทย
ใช้เป็นค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นฟ้องของชาวนาทั่วประเทศต่อรัฐบาลที่รับจำนำข้าวแล้วแต่ไม่จ่ายเงินแก่ชาวนา  และนำไปช่วยเหลือชาวนาในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามความจำเป็น
 
     
 
 
     
     
  รายงานการสูญเสียของประชาชนที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง
 
     
  11 กุมภาพันธ์ 2557  กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยถึงรายงานการสูญเสียของประชาชนที่
เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 – 10 กุมภาพันธ์ 2557  ดังนี้
  - ผู้บาดเจ็บสะสมรวม  626  คน
  - ผู้เสียชีวิต   10  คน
  - ผู้บาดเจ็บที่ยังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล  14  คน
 
     
 
 
     
     
  ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พรฎ. กำหนดวันเลือกตั้ง สว.
 
     
          11 กุมภาพันธ์ 2557  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปในวันที่ 30 มีนาคม 2557  ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ  และ กกต. จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2557
 
     
 
 
     
     
  สถิติสรุปผลการเลือกตั้ง ส.ส. (วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557)
 
     
   การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีสถิติสรุปผลการเลือกตั้งเป็นดังนี้
-มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20,530,359 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด  43,024,786 คน     
คิดเป็นร้อยละ 47.72
- ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือก ส.ส.  14,645,812 คน คิดเป็นร้อยละ 71.34
- ผู้ที่ทำบัตรเสีย จำนวน 2,458,461 คน คิดเป็นร้อยละ 11.97
- ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ไม่ประสงค์ลงคะแนน 3,426,080 คน คิดเป็นร้อยละ 16.69
 
     
 
 
     
     
  กลุ่มชาวนาปิดถนนหน้ากระทรวงพาณิชย์ทวงเงินค่าข้าวจากรัฐบาล
 
     
          6 กุมภาพันธ์ 2557  กลุ่มชาวนาจากหลายภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รวมตัวชุมนุมกว่า 3 พันคนปิดถนนหน้ากระทรวงพาณิชย์เพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล  มีเพียงรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ออกมารับเรื่องเท่านั้น แต่ไม่มีรัฐมนตรีออกมาเจรจาพูดคุยกับชาวนาแต่อย่างใด
 
     
 
 
     
 
 
  กลุ่มชาวนาชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล
 
     
           5 กุมภาพันธ์ 2557  กลุ่มชาวนาในหลายภูมิภาคชุมนุมประท้วงทวงเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล  เนื่องจากนำข้าวไปจำนำตามโครงการของรัฐบาลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556  ยังไม่ได้รับเงิน
ค่าข้าวแต่อย่างใด  โดยชาวนามีความเดือนร้อนมากจากการดำเนินชีวิตประจำวันและต้องนำเงินไปใช้เตรียมการเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่
 - การปิดถนนขาขึ้นและขาล่องถนนพระราม 2 ตำบลวังมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 - การปิดถนนสายกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี 
 - การปิดถนนสายเอเซีย 
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ยื่นอุทธรณ์การออกหมายจับ
 
     
         4 กุมภาพันธ์ 2557  แกนนำ กปปส. เวทีปทุมวันเปิดเผยว่าได้ให้ทนายความทำเรื่องขอความ
เป็นธรรมยื่นต่อศาลอุทธรณ์ในกรณีที่ถูกออกหมายจับ และยืนยันว่าหมายจับของศาลอาญาไม่ส่งผล
กระทบต่อการปฏิบัติการณ์ของ กปปส. และจะต่อต้านการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม  รวมทั้งจะไม่เข้า
มอบตัวด้วยเพราะติดภารกิจการชุมนุม
 
     
 
 
     
     
  แนวทางการจับกุมแกนนำ กปปส. และ คปท. 19 คน
 
     
          4 กุมภาพันธ์ 2557  หัวหน้าพนักงานสอบสวน ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เปิดเผยว่าจะนำ
หมายจับของศาลอาญาไปมอบให้หัวหน้าชุดจับกุมเพื่อดำเนินการจับกุม  19 แกนนำต่อไป  โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังหรือความรุนแรงในการจับกุม  เพราะเห็นว่าแกนนำที่ถูกออกหมายจับจะไม่ขัดขืนหรือหลบหนี และเชื่อว่าตำรวจสามารถดำเนินการได้ภายในอายุความ 1 ปี
 
     
 
 
     
     
  าลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. และ คปท. 19 คน
 
     
          4 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. และ คปท. 19 คนตามการเสนอออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.)  
       ศาลพิเคราะห์ตามพยานหลักฐาน อาทิ พยานบุคคล 18 ปาก ภาพบันทึกเหตุการณ์ต่างๆหากมีการจับกุมตัวได้ให้ควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี  และมีสิทธิ์ควบคุมตัวไม่เกิน 7 วัน  โดยต้องรายงานต่อศาลภายใน 48 ชั่วโมงหลังจับกุมตัว   หากไม่กระทำการตามเงื่อนไขที่ศาลระบุ  ศาลสามารถเพิกถอนหมายจับ
 
 
 
 
 
     
     
  ศาล รธน. ไม่รับคำร้องที่ กปปส. และ คปท. ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองฯ
 
     
         4 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีที่ กปปส. และ คปท. ถูกกล่าวหาว่าล้มล้าง
การปกคร องระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่ไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
       ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้ในการพิจารณาเพราะเห็นว่าการชุมนุมของประชาชนเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยเหตุผลสืบเนื่องจากการต่อต้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ  และไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ส่วนการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เป็นเรื่องของผู้รับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมจะพิจารณา
 
     
 
 
     
 
 
  ศาล รธน. ไม่รับคำร้องให้ยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน
 
     
          4 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากไม่รับคำร้องให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
     
 
 
     
     
  จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ
 
     
          3 กุมภาพันธ์ 2557 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อย่างไม่เป็นทางการว่าใน 68 จังหวัดที่มีการจัดการเลือกตั้งมีผู้ใช้สิทธิ 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 โดยไม่นับรวม 9 จังหวัดในภาคใต้ที่งดการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ยุบพื้นที่การชุมนุมเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
 
     
            3 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยภูมิเคลื่อนขบวนไปรวมตัวกับผู้ชุมนุมเวทีสวนลุมพินี   เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรให้แก่ประชาชนได้รับ
ความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น และเป็นลดความเสี่ยงของผู้ชุมนุมที่อาจได้รับอันตรายจากการ
ก่อเหตุร้ายต่างๆ พื้นที่การชุมนุมของ กปปส. จึงเหลือเวที 5 จุดได้แก่ เวทีอโศก เวทีราชประสงค์ เวทีปทุมวัน เวทีสวนลุมพินี และเวทีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (แจ้งวัฒนะ)
 
     
 
 
     
     
  ศาล รธน. ไม่รับคำร้องให้ยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน
 
     
          4 กุมภาพันธ์ 2557  ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากไม่รับคำร้องให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
     
 
 
     
     
  จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ
 
     
          3 กุมภาพันธ์ 2557 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อย่างไม่เป็นทางการว่าใน 68 จังหวัดที่มีการจัดการเลือกตั้งมีผู้ใช้สิทธิ 20,468,646 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 โดยไม่นับรวม 9 จังหวัดในภาคใต้ที่งดการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ยุบพื้นที่การชุมนุมเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
 
     
  3 กุมภาพันธ์ 2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยภูมิเคลื่อนขบวนไปรวมตัวกับผู้ชุมนุมเวทีสวนลุมพินี   เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรให้แก่ประชาชนได้รับ
ความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น และเป็นลดความเสี่ยงของผู้ชุมนุมที่อาจได้รับอันตรายจากการ
ก่อเหตุร้ายต่างๆ 
พื้นที่การชุมนุมของ กปปส. จึงเหลือเวที 5 จุดได้แก่ เวทีอโศก เวทีราชประสงค์ เวทีปทุมวัน 
เวทีสวนลุมพินี และเวทีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (แจ้งวัฒนะ)
 
     
 
 
     
     
  กกต. ยังไม่สามารถประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ
 
     
  2 กุมภาพันธ์ 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติดขัดในข้อกฎหมายจึงไม่สามารถ
ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการได้   เพราะต้องประมวลผลการนับคะแนนเลือกตั้งจาก 3 ส่วนด้วยกัน คือ 
1. ผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง
2. ผลการนับคะแนนของที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง
3. ผลการนับคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร
 
     
 
 
     
     
  ภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ส. ใน กทม. (2 ก.พ. 57)
 
     
  2 กุมภาพันธ์ 2557  ประธาน กกต. ประจำกรุงเทพมหานครและปลัดกรุงเทพมหานครแถลงสรุปผลการเลือกตั้งใน กทม. ว่าการเลือกตั้งสามารถดำเนินการใน 30 เขตเลือกตั้ง   ส่วนอีก 3 เขตเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้ซึ่งประกอบด้วยเขตเลือกตั้งที่ 5 เฉพาะหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขต
ราชเทวี  เขตเลือกตั้งที่ 6 เฉพาะหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตดินแดง  และเขตเลือกตั้งที่ 11 เฉพาะหน่วย
เลือกตั้งในพื้นที่เขตหลักสี่  โดยจำนวนหน่วยเลือกตั้งใน กทม. มีทั้งหมด 6,671 หน่วย มีหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ 6,155 หน่วย และมีหน่วยเลือกตั้งที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ 516หน่วยอนึ่ง ผู้มีสิทธิลงคะแนนใน กทม. มีประมาณ 4,000,000 คน   มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 1.000,000 คนเศษ  คิดเป็นร้อยละ 26
 
     
 
 
     
     
  ภาพรวมของการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศ (2 ก.พ. 57)
 
     
           2 กุมภาพันธ์ 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ส.
ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ว่าการเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์
ความรุนแรงใดๆ  แต่มีผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา  
การเลือกตั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถเปิดให้มีการลงคะแนนได้ 68 จังหวัด  ไม่สามารถ
เปิดให้มีการลงคะแนน 9 จังหวัด  โดยหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งหมดมี 93,952 หน่วย  สามารถเปิด
หน่วยเลือกตั้งได้ 83,813 หน่วย  คิดเป็นร้อยละ 89.2  
- จังหวัดที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนทั้งจังหวัดมี 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พัทลุง สงขลา ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต และกระบี่   
- จังหวัดที่เปิดให้มีการลงคะแนนได้เพียงบางส่วนมี 6 จังหวัด  ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สตูล นครศรีธรรมราช ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
 
     
 
 
     
     
  ศาลแพ่งรับคำฟ้องของแกนนำกปปส.เพิกถอน พรก.ฉุกเฉิน
 
     
         30 มกราคม 2557 ศาลแพ่งรับคำฟ้องของแกนนำ กปปส. ขอให้เพิกถอน ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม พร้อมขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เนื่องจากขัดต่อกฎหมายและสถานการณ์ไม่ได้มีความฉุกเฉินร้ายแรง
       ศาลแพ่งจึงออกหมายเรียก นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการ ศรส. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าเบิกความชี้แจงในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 ขณะเดียวกันศาลจะเปิดไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองผู้ชุมนุมในวันที่ 31 มกราคม 2557
 
     
 
 
     
     
     
     
     
     
     
   


 
 
เปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎรเดือนสิงหาคม 2556
 
     
  สภาผู้แทนราษฎร์กำหนดเปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไประหว่างเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2556 โดยมีกฎหมายสำคัญที่จะนำเข้าสู้การพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีดังนี้
- ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง
  ของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาท
- ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ฉบับ พ.ศ. ....
- ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม
- ร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ
 
     
 
 
     


 
  ความคืบหน้าของร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ
 
     
          ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง
การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .......  ที่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทน
ราษฎรเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 และได้ผ่านวาระที่ 1 ในขั้นรับหลักการด้วยคะแนนเสียง 300 
เสียงต่อ 124 เสียง งดออกเสียง 14 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง 
         ขณะนี้อยู่ในวาระที่ 2 ขั้นแปรญัตติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้แต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ
จำนวน 35 คน ตามสัดส่วนของพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาแปรญัตติภายใน 7 วัน  หลังจากสภา
ผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่ 2 ขั้นแปรญัตติแล้วจึงจะนำเข้าสู่วาระที่ 3 ในขั้นลงมติ
        เมื่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้ว ก็จะเข้าสู้กระบวนการการพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป ซึ่งคาดว่ากรอบของระยะเวลาในการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนี้อาจต้องใข้เวลาประมาณ 2 เดือน 
 
     
 
 
 



 
  สภาปฏิรูปการเมืองเปิดประชุมนัดแรกแล้ว
 
     
  รัฐบาลจัดให้มีการประชุมสภาปฏิรูปการเมืองนัดแรกเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2556 เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 65 คน ประกอบด้วยอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา อดีตประธานผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ผู้นำองค์กรภาคเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ ทั้งนี้พรรคฝ่ายค้านและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย
ที่ประชุมมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะมีการแบ่งการปฏิรูปออกเป็น 3 ด้านคือ
 - ปฏิรูปการเมือง
 - ปฏิรูปเศรษฐกิจ
 - ปฏิรูปสังคม
การหาทางออกในการปฏิรูปแบ่งออกเป็น 7 กรอบ ดังนี้
 - การทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีความมั่นคงแข็งแรง
 - ต้องมีความเท่าเทียม เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ตามสิทธิที่แต่ละกลุ่มควรได้รับ
 - มีกลไกการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี
 - สร้างกระบวนการให้เกิดความยุติธรรม ความเสมอภาคเท่าเทียมในสิทธิขั้นพื้นฐานที่แต่ละกลุ่มในสังคมควรได้รับ ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม
 - มีประชาธิปไตยที่ผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ยึดเสียงส่วนใหญ่ รับฟังเสียงส่วนน้อย
 - สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และบรรยากาศที่ดีของการไว้วางใจกัน
 - ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมบนความถูกต้อง
การประชุมสภาปฏิรูปประเทศไทยครั้งที่ 2 จะจัดให้มีขึ้นในเดือนกันยายน 2556 
 
     
 
 
     
     
  วุฒิสภามีมติผ่านความเห็นชอบร่าง พรบ.งบประมาณฯ 2557 แล้ว
 
     
         วันที่ 3 กันยายน 2556 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาท โดยมีการลงคะแนนดังนี้
   - เห็นด้วย  123  เสียง
   - ไม่เห็นด้วย    9  เสียง
   - ไม่ลงคะแนน  2 เสียง
อนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วตั้งแต่เดือน
สิงหาคม 2556 
 
     
 
 
     
     
  การเลือกตั้งองค์กรบริหารปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ปี 2556-2557
 
     
             องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครบวาระการทำงานในปี 2556 ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ทั่วประเทศมีจำนวน 3,596 แห่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2556 –เดือนกุมภาพันธ์ 2557 ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นของจังหวัดต่างๆจึงต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามหน้าที่ของตน   
     
 

     
     
  ความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฯ
 
     

        การประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพิ่มเติมฉบับ พ.ศ._ในวาระ 2 ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง 200 คน
ที่ประชุมฯได้ใช้เวลาในการพิจารณารวม 12 วัน โดยมีสาระสำคัญดังนี้
      1.ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
      2. ไม่จำกัดวาระเมื่อพ้นจากตำแหน่ง สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งต่อได้
      3. ไม่ห้ามคู่สมรส บุพการีบุตร และเครือญาติฝ่ายการเมืองลงสมัครสมาชิกวุฒิสภาที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภานัดลงมติวาระ 3 ในวันที่ 27 กันยายน 2556
 
     
 
 
     
     
  สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พรบ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท
 
     
           วันที่ 20 กันยายน 2556ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2ล้านล้านบาท หลังจากใช้เวลาประชุม2วัน ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2556 ด้วยคะแนนเสียง 287 : 105 เสียง งดออกเสียง 11 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ทั้งนี้ร่าง พรบ.ดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 30 กันยายน 2556 หลังจากที่ประชุมวุฒิสภารับหลักการแล้วจะใช้เวลาในการพิจารณา 30วัน ใช้ในการแปลญัตติอีก7วัน จึงมีการลงมติในขั้นตอนต่อไป   
     
 
 
     
     
  ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคัดค้านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฯประเด็นที่มาของ ส.ว.   
 
     
          ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องคัดค้านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับ พ.ศ._ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คนด้วยคะแนนเสียง 5 : 1 โดยที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งต่างได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อสารรัฐธรรมนูญว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550   
     
 
 
     
     
  รัฐสภาลงมติผ่านวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ประเด็นที่มาของ ส.ว.
 
     
          ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2556 ลงมติวาระ 3 ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมฉบับพ.ศ. _ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คนด้วยคะแนนเสียง 358 : 2 งดออกเสียง 30 เสียง โดยที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านจำนวน 143 คน และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 68 คน เดินออกจากที่ประชุม ( walk out) ไม่ร่วมลงมติในครั้งนี้   
     
 
 
 



 
  ตระกูลนักการเมืองไทยติดอันดับ1ของโลกในการสืบทอดทางการเมือง
 
     
           สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยงานวิจัย "ตระกูลการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก" เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556 พบว่า ไทยมีสัดส่วนตระกูลการเมืองสูงกว่าประเทศที่ได้ชื่อว่าตระกูลการเมืองมีบทบาทสำคัญอย่างเม็กซิโกร้อยละ 2 ฟิลิปปินส์ร้อยละ 5 และญี่ปุ่นร้อยละ 9 เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าอาร์เจนตินาสี่เท่าและสหรัฐอเมริกาเจ็ดเท่า
หากเปรียบเทียบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่มีคนในตระกูลเดียวกันเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน และเปรียบเทียบกับประเทศอื่น พบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนมากที่สุดถึงร้อยละ 42 ตามด้วยเม็กซิโก ร้อยละ 40 ฟิลิปปินส์ร้อยละ 37 ญี่ปุ่นร้อยละ 33 อาร์เจนตินา ร้อยละ 10 และสหรัฐอเมริการ้อยละ 6
        งานวิจัยระบุอีกว่าตระกูลการเมืองที่ประสบความสำเร็จรักษาสืบทอด แผ่ขยายอาณาจักรทางการเมืองช่วงหลังปี 2540 เป็นต้นมา ได้แก่ ตระกูลชินวัตรมีการวางรากฐานทางการเมืองมาตั้งแต่สมัยนายเลิศ ชินวัตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พ.ศ.2512 และส่งต่อความสำเร็จมายังนายสุรพันธ์ ชินวัตร น้องชายนายเลิศ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 4 สมัย (พ.ศ.2522, 2526, 2529, 2531) ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเข้ามารื้อฟื้น สานต่อและแผ่ขยายอิทธิพลของตระกูล จนมีสมาชิกของตระกูลก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ) และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (น้องสาว) นอกจากนี้สมาชิกตระกูลชินวัตรยังประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ส.ส.มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2544 อีกหลายคน อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (น้องสาว) น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ (หลานสาว)
        หากพิจารณาในแง่ตระกูลแยกเป็นรายพรรค จะพบว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีตระกูลการเมืองได้รับเลือกตั้งเข้ามากที่สุดรวม 19 ตระกูล รองลงมาเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 17 ตระกูล พรรคภูมิใจไทย 4 ตระกูล พรรคชาติไทยพัฒนา 3 ตระกูล พรรคพลังชล 1 ตระกูล และพรรครักประเทศไทย 1 ตระกูล 
หากพิจารณาในแง่สัดส่วน จะพบว่าพรรคชาติไทยพัฒนามีสัดส่วนของ ส.ส.ที่มีคนในตระกูลเดียวกันได้รับเลือกต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคสูงที่สุด ร้อยละ 31.6 รองลงมาเป็นพรรคพลังชลร้อยละ 28.6 พรรครักประเทศไทยร้อยละ 25 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 22 พรรคภูมิใจไทยร้อยละ 17.6 และพรรคเพื่อไทยร้อยละ 15.1
        ที่สำคัญผลการศึกษายังพบด้วยว่า นักการเมืองที่มีสายสัมพันธ์แบบตระกูลที่เคยเป็นนักธุรกิจมาก่อน น่าจะมีสัดส่วนสูงกว่านักการเมืองที่ไม่มีสายสัมพันธ์แบบตระกูล เพราะนักการเมืองที่มีสายสัมพันธ์แบบตระกูล สามารถอาศัยความได้เปรียบต่างๆ เป็นสะพานเชื่อมได้ทันที 
 
     
 
 
     
     
  ศาลโลกนัดอ่านคำพิพากษาคดีพระวิหาร
 
     
           กระทรวงการต่างประเทศเผยว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Justice Court - IJC) หรือศาลโลกมีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาคดีพระวิหารในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา 16.00 น. 
แนวทางการพิจารณาและวินิจฉัยคดีพระวิหารของศาลโลกมีการประเมินว่าเป็นไปได้ใน 4แนวทางดังนี้
      1.ศาลโลกไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดี หรือมีอำนาจแต่ไม่มีเหตุที่จะต้องตีความ ก็คือกลับไปยังสถานะเดิมก่อนการยื่นฟ้องต่อศาลโลกของกัมพูชา
      2.ศาลโลกอาจตัดสินว่าขอบเขตเป็นไปตามเส้นเขตแดนบนแผนที่ 1:200,000 เป็นไปตามคำฟ้องของกัมพูชา 
      3.ศาลโลกอาจตัดสินเป็นไปตามคำร้องของไทยที่ว่าบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารเป็นไปตามเส้นที่กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2505
      4.ศาลโลกอาจตัดสินเป็นไปตามคำขอของทั้งไทยและกัมพูชา โดยกำหนดเขตพื้นที่รอบปราสาทที่เป็นกลางๆ ออกมา ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด 
 
     
 
 
     
     
  ครม. ประกาศขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ  
     
           สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556  ครอบคลุมพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ประกอบด้วย 
3 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตพระนคร  ระหว่างวันที่
9-18 ตุลาคม 2556
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2556   คณะรัฐมนตรีได้ประกาศขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551  จากวันที่ 18 ตุลาคม 2556  เป็นวันที่ 30 พฤศจิกายน
2556
 
 
 
 
 
     
     
  รัฐสภาผ่านความเห็นชอบร่างแก้ไข รธน. มาตรา 190 ในวาระ 2   
     
          ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาผ่านความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไข
เพิ่มเติมฉบับที่ พ.ศ. __  แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190  ว่าด้วยหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระ 2 แล้ว  ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 มาตรา 
        สาระสำคัญของการแก้ไข คือ การตัดลดประเภทหนังสือสัญญาที่จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาอย่างมีนัยสำคัญออกไป เหลือเพียงหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตดินแดน หนังสือสัญญาที่เปลี่ยนแปลงพื้นที่นอกอาณาเขตจะต้องให้ออกเป็นพระราชบัญญัติ และหนังสือสัญญาที่มีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุนให้ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญา ไม่ต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ 
รัฐสภามีกำหนดนัดลงลงมติในวาระ 3  ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2556  
 
     
 
 
     
     
  การพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯของคณะกรรมาธิการ (ส.ส.)
 
     
          หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเกือบ 2 เดือน ที่แต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎรตามสัดส่วนของพรรคการเมือง
เสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการมีมติสนับสนุนให้ปรับแก้ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯตามข้อเสนอของรองประธานคณะกรรมาธิการ โดยให้นิรโทษกรรมแก่ทุกฝ่ายทั้งคดีทุจริต คดีอาญา และคดีความของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)โดยครอบคลุมตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึง วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2556 
         พรรคฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯที่ปรับแก้นี้เป็นพระราชบัญญัติที่เข้าข่ายกฎหมายการเงินหรือไม่ และต้องมีการคืนเงินจำนวน 46,000 ล้านบาทให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ 
         มีการคาดว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯดังกล่าวนี้จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระ 3 ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2556
         ล่าสุดประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้วในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 และแจ้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมประชุมสภาฯ นัดพิเศษอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ในวาระ 2 และวาระ 3 คาดว่าจะใช้เวลาในการประชุม 2 - 3 วัน เมื่อผ่านการลงมติแล้วจะถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป
 
     
 
 
     
     
  ผลการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ (กกต.)  
     
          ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ได้ลงคะแนนเลือก กกต. แบบเปิดเผยจำนวน 3 คน ผลปรากฏว่าเลือกนายสมชัย ศรีสุทธิญากร ข้าราชการบำนาญสังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยหรือพีเน็ท นายบุญส่ง น้อยโสภณ ผู้พิพากษาศาลอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 7 และนายประวิตร รัตนเพียร อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน
        ส่วนที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 2 คนได้แล้ว ผลปรากฏว่าเลือกนายศุภชัย สมเจริญ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์
        การสรรหาผู้ที่มาดำรงตำแหน่งกกต.ชุดใหม่ได้ครบจำนวน 5 คนแล้วซึ่งจะทำหน้าที่แทนกกต.ชุดเก่าที่ครบวาระการทำงานลง จากนี้ไปผู้ที่ได้รับการเสนอเป็นกกต.ทั้ง 5 คนจะถูกส่งรายชื่อไปยังวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบตามกระบวนการและขั้นตอนต่อไป 
 
     
 
 
     
     
   ผลการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ
ในวาระ 2 และวาระ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร
 
     
          วันที่ 31 ตุลาคม 2556 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ จำนวน 7 มาตตรา ซึ่งเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมจากร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯเดิมใน วาระ 2 ขั้นแปรญัตติ และวาระ 3 ขั้นลงมติ
        ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรใช้เวลารวม 19 ชั่วโมงในการผ่านความเห็นชอบร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ ดังกล่าวแต่เสียงข้างน้อยของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทักท้วงและไม่เห็นด้วยกับร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ ที่ครอบคลุมถึงบุคคล รวมแกนนำและผู้สั่งการในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองควรจะได้รับการพิจารณาข้อเท็จจริงตามตัวบทกฎหมาย มิเช่นนั้นประเทศชาติก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคมโลก และเกิดความแตกแยกในสังคมไทยมากยิ่งขึ้น 
 
     
 
 
     
     
  ผลการพิจารณาร่างรธน. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ในวาระ 3
 
     
           วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ พ.ศ. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ในวาระ 3 ปรากฏว่าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 381 : 165 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง   
     
 
 
     
     
   การเมืองภาคประชาชนแสดงพลังคัดค้านร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ  
     
          การเมืองภาคประชาชนที่มาจากทุกสาขาอาชีพและทุกภาคส่วนของสังคมได้รวมตัวกันชุมนุม
ประท้วงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ให้
ความเห็นชอบเมื่อตอนเช้ามืดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2556  เวลา 04.25 น. ด้วยคะแนน 310 : 0 เสียง
ใช้เวลาประชุม 19 ชั่วโมงต่อเนื่องจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 
นับเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของการเมืองภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ดังกล่าว  เนื่องจากเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทน
ราษฎรได้ปรับแก้ครอบคลุมไปถึงผู้กระทำผิดที่เป็นแกนนำและผู้สั่งการในคดีทุจริต คดีอาญา และคดีความที่คณะกรรมการตรวจสอบผู้กระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)  ซึ่งไม่เป็นไปตาม
หลักของนิติรัฐและนิติธรรม อีกทั้งยังขัดต่อนุสัญญาการต่อต้านคอร์รัปชั่นขององค์การสหประชาชาติ
 
     
 
 
     
     
   รัฐบาลจำยอมถอยร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ  
     
          จากการชุมนุมประท้วงของการเมืองภาคประชาชนที่มาจากทุกสาขาอาชีพและทุกภาคส่วน
ของสังคม  ไม่ว่าจะเป็นองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ 
ทั่วประเทศ แพทย์และบุคลากรทางแพทย์ ข้าราชการ นักร้องและนักแสดง ตลอดจนประชาชนทั่วไป
ที่เริ่มต้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 จนถึงวันนี้  รัฐบาลจึงจำต้องหยุดผลักดัน
ร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ โดยส่งสัญญาณไปยังวุฒิสภาที่ถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมของวุฒิสภา
ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556  และเพื่อเป็นการลดกระแสความไม่พอใจของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะ
นายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่าจะยุติร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ ไว้
โดยให้ประธานคณะกรรมการร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงว่าจะให้ ส.ส. เจ้าของร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ 1 ฉบับ และร่าง พรบ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ 5 ฉบับ ถอนร่าง พรบ.ออกจากสภา
 
 

 
 
     
     
  วุฒิสภานัดประชุมด่วนพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ
 
     
             วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 ประธานวุฒิสภานัดสมาชิกวุฒิสภาประชุมด่วนเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงงออกทางการเมืองของประชาชนโดยนัดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าในวาระ2และวาระ3ไปแล้ว
           สมาชิกวุฒิสภากลุ่ม 40 ส.ว.ได้ประท้วงในการทำหน้าที่ของประธานวุฒิสภาที่นัดประชุมเร่งด่วนทั้งๆที่ได้บรรจุการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระการประชุมวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ไปแล้ว ถือว่าเป็นการตอบสนองต่อฝ่ายการเมืองอย่างไม่มีหลักการและไม่มีเหตุผล กลุ่ม 40 ส.ว. จะไม่เข้าร่วมประชุมวุฒิสภาในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 นี้
 
     
 
 
     
  ผลการตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก
 
     
          วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ศาลยติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ตัดสินคดีปราสาทพระวิหารซึง่กัมพูชาได้ยื่นคำร้องต่อศาลโลกให้ตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี พ.ศ. 2505  เพื่อขอให้พิจารณาตีความขอบเขตปราสาทพระวิหารและบริเวณใกล้เคียง
        ศาลโลกมีมติเป็นเอกฉันท์ว่ามีอำนาจในการตีความคดีนี้  แต่ไม่กล่าวถึงพื้นที่ 4.6 ตร.กม. (3,000 ไร่ ) ที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นดินแดนของตน ฉนั้นพื้นที่ 4.6 ตร.กม.เท่ากับเป็นดินแดนของไทย
ตามเดิมแต่ไทยอาจต้องสียพื้นที่ 10 เปอร์เซ็นต์ของ 4.6 ตร.กม. ประมาณ 300 ไร่ เพื่อเป็นขอบเขตของปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชาตามแผนที่ที่ต้องตกลงกัน 
หลังจากนี้ไปไทยกับกัมพูชาต้องหาทางตกลงกันในเรื่องพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างกันให้ลุล่วงด้วยดีทั้งสองฝ่าย และร่วมกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอาเซียน 
 
     
 
 
     
     
  ผลการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯในวาระ 1 ของวุฒิสภา
 
     
          วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. __ ในวาระ 1 หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2556
ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภามีมติเป็นเอกฉันท์คะแนนเสียง 141 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบร่างกับพระราชบัญญัติฉบับนี้
       ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 แต่วุฒิสภาคว่ำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยพิจารณาไม่รับหลักการในวาระ 1 ซึ่งวุฒิสภาจะต้องคืนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก่สภาผู้แทนราษฎร โดยที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะถูกพักไว้เป็นเวลา 180 วัน นับตั้งแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จากวุฒิสภา 
 
     
 
 
     
     
  ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยแก้ไข รธน.ประเด็นที่มาของ ส.ว.
 
     
          ตามที่มีสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคำร้องต่อสารรัฐธรรมนูญให้พิจารณาถึงการกระทำของประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวม 312 คน ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่... พุทธศักราช....ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คน โดยกระบวนการพิจารณาของสภาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตัดสิทธิ์การอภิปรายของสมาชิก และรวบรัดการลงมติ รวมถึงได้นำคลิปภาพการประชุมในช่วงลงมติประกอบการชี้แจงยืนยันมีกระบวนการกดบัตรแทนกัน เป็นการเข้าข่ายการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ 
        ศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งให้ผู้ร้องและพยานได้รับทราบว่า ศาลพิจารณาพยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะมีคำวินิจฉัย จึงงดไต่สวนพยานที่เหลือ โดยให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับจากวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 หากไม่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าไม่ติดใจ คดีเป็นอันเสร็จสิ้นสุดการพิจารณา โดยศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา 11.00 น. 
 
     
 
 
     
 

  พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 
     
         พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกจากตำแหน่ง เนื่องจากแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คน ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 โดยได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาถอดถอนของวุฒิสภาต่อไป   
     
 
 
     
     
  พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
 
     
            วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร์ เนื่องจากบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบและกระทำการทุจริต    
     


 
     
     
  ผลการพิจารณาร่าง พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในวาระ 2 และ 3 ของวุฒิสภา
 
     
          ที่ประชุมวุฒิสภาได้ใช้เวลา 3วันระหว่างวันที่18 – 20 พฤศจิกายน 2556 พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2556
   ผลปรากฏว่าเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556  เวลา  02.47 น.ที่ประชุมวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยคะแนน 63 ต่อ 14 เสียง งดออกเสียง  3 เสียง
 
     
 
 
     
     
  ศาล รธน. อ่านคำวินิจฉัยคดีร่างแก้ไข รธน. ประเด็นที่มาของ ส.ว.
 
     
          วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556  องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคำร้องแก้ไข
ร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คนที่มาจากการเลือกตั้ง  โดยมีสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 
       หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ได้ดำเนินการตามกระบวนการและ
ขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นลง  ในวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยดังต่อไปนี้

มติ 5:4 เสียง    เห็นว่าเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมร่วมของรัฐสภาเข้าข่ายขัดต่อหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ

มติ 6:3 เสียง    เห็นว่ากระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เป็นไปโดยไม่ชอบ โดยมีการตัดสิทธิ์การแปรญัตติ ตัดสิทธิการสงวนคำแปรญัตติ การลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภามีการลงคะแนนแทนกัน  ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภามีอันต้องตกไป
 
     
 
 
     
     
  การชุมนุมทางการเมืองของประชาชนครั้งประวัติศาสตร์
 
     
          มวลมหาประชาชนทุกหมู่เหล่าจากทุกสาขาอาชีพได้หลั่งไหลรวมตัวกันชุมนุมทางการเมืองนับล้านคนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เปลี่ยนแปลงประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองไทยที่มีการใช้เงินซื้อเสียงเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจรัฐ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมากมาย ใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร์และร่วมมือกับวุฒิสภาผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯเพื่อให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากยิ่งขึ้น การแก้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนและพวกพ้อง ฯลฯ โดยมีร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฯ เป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา
        พื้นที่การชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้มีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นจุดศูนย์กลาง ทอดยาวไปตลอดถนนราชดำเนินจนถึงสนามหลวงและสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมถึงจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าทอดยาวไปตลอดถนนราชดำเนินนอกและทอดยาวไปถึงสนามม้านางเลิ้ง นับเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองหน้าใหม่ที่ต้องบันทึกไว้ว่ามีผู้ชุมนุมทางการเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
        ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ผู้ชุมนุมทางการเมืองได้เคลื่อนไหวเดินขบวนแบบดาวกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ 13 จุด ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9  และช่อง 11 เพื่อขอให้ข้าราชการและบุคลากรหน่วยงานเหล่านั้นทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่าไปรับใช้นักการเมืองในทางที่มิชอบ 
 
     
 
 
     
     
   ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปที่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง  
     
        วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปที่สำนักงบประมาณเพื่อขอให้ข้าราชการสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังได้ทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ  อย่าไปรับใช้นักการเมืองในสทางที่มิชอบ แต่ต่อมาผู้ชุมนุมได้ปักหลักพักค้างที่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังโดยไม่ได้ถอนตัวกลับไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตามเดิม   
     
 
 
     
     
  ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ครั้งล่าสุด  
     
          สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ 2551 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556 ครอบคลุมพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ประกอบด้วย 3 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตดุสิต  
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย  และเขตพระนคร ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2556 ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม          2556 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศขยายเวลาการใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551จากวันที่ 18 ตุลาคม 2556 เป็นวันที่ 30  พฤศจิกายน 2556
        เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ 2551 ครั้งล่าสุด ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ ทั้งหมด จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. - 31 ธ.ค. 2556
 
     
 
 
     
     
   สภาผู้แทนราษฎรให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายซักฟอกนายกรัฐมนตรีแล้ว
 
     
           สภาผู้แทนราษฎรบรรจุระเบียบวาระการประชุมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นขออภิปรายไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การอภิปรายครั้งนี้มีกำหนดเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2556 และมีการลงมติในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 
         อนึ่ง ปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 หลังจากที่ได้เปิดประชุมรัฐสภามาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. - 28 พ.ย. 2556   
 
     
 

     
     
  ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
 
     
          วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556  ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงคมนาคม กระทรวงการกีฬาและการท่องเที่ยว กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อขอให้ข้าราชการหยุดการทำงานรับใช้นักการเมืองและหยุดงานมาร่วมกับประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย  
     


 
 



 
  ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนขบวนดาวกระจายทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
 
 
 
          วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ผู้ชุมนุมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังหน่วยงานราชการต่างๆในกรุงเทพฯนับสิบแห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้ข้าราชการหยุดรับใช้นักการเมืองและมาร่วมกับประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศสู่การปฏิรูปประเทศไทย หน่วยงานราชการที่เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปนั้น ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข
        ส่วนในต่างจังหวัดผู้ชุมนุมทางการเมืองเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังศาลากลางจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้ และศาลากลางจังหวัดอื่นๆ อาทิ กำแพงเพชร อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ระยอง ชลบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ
 
     
 
 
     
     
  คำถาม-คำตอบ 10 ข้อเกี่ยวกับการเมืองไทยของสำนักข่าว CNN  
     
  ข้อ 1 ถาม ใครคือทักษิณ?
ตอบ คนผู้นี้ถือเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกฝักฝ่ายในประเทศไทย โดยทักษิณ คือมหาเศรษฐี
มั่งคั่งเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมที่สร้างอำนาจทางการเมืองด้วยนโยบายประชานิยมจนได้ใจชาชนบทของประเทศ  กระนั้น แนวทางดังกล่าวกลับสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนระดับสูงในสังคม ขณะที่ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างวิจารณ์ว่าปกครองประเทศด้วยอำนาจเผด็จการและมีการคอร์รัปชั่นกว้างขวาง  ทั้งนี้ ทักษิณปกครองประเทศระหว่างปี 2001-2006  ก่อนที่ทหารจะก่อการรัฐประหารที่ปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อเพื่อขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่ง

ข้อ 2 ถาม เกิดอะไรขึ้นเมื่อปี 2010?
ตอบ การขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหารในปี 2006 นำไปสู่การชุมนุมประท้วงหลายครั้ง ก่อนขยายตัวเป็นวงกว้างกลายเป็นการประท้วงยึดพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯเมืองหลวงของประเทศครั้งใหญ่ในปี 2010 โดยความเคลื่อนไหวในคราวนี้ได้ขยายครอบคลุมหัวข้อประเด็นด้านอื่นๆ เช่น การแสดงความไม่พอใจที่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง และความคับข้องใจในความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจของสังคม ขณะที่การใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 90 คน  เหตุการณ์ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับพลเรือนประเทศในประวัติศาสตร์ไทย โดยที่ไทยในขณะนี้ยังคงเหลือบาดแผลเจ็บปวดมากมายจากประสบการณ์ดังกล่าว

ข้อ 3 ถาม การประท้วงครั้งนี้จะนำไปสู่เหตุการณ์ในอดีตหรือไม่?
ตอบ สถานการณ์ในขณะนี้มีความแตกต่างออกไป กล่าวคือ ผู้ที่ออกมาชุมนุมในครั้งนี้คือผู้ที่ต่อต้านทักษิณ ดังนี้จึงต่อต้านรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ โดยกระแสความไม่พอใจได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างกระทั่งนำไปสู่การประท้วงก็คือความพยามยามที่จะผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับทักษิณ และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเมื่อไม่นานมานี้  ทั้งนี้ แม้ว่าควาเคลื่อนไหวของมวลชนจะมีจุดเริ่มต้นมากจากความไม่พอใจต่อพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่พออาเกลีย ผู้อำนวยการพีคิวเอ แอสโซซิเอด บริษัทประเมินความเสี่ยงประจำกรุงเทพ กล่าวว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านได้พยายามประเด็นพระราชบัญญัติ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “รัฐบาลไทยปัจจุบันอาจกำลังนับถอยหลังไปสู่การยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ กระนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้ซ้ำรอบกับเหตุการณ์ในอดีตที่เราจะเห็นความรุนแรงของเลือดตามท้องถนนและการขยายตัวยึดพื้นที่ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ” คูอาเกลียกล่าว

ข้อ 4 แล้วทักษิณมีความผิดใด?
ขณะนี้ ทักษิณ ชิตวัตร หลบหนีอยู่ในต่างประเทศในที่ต่างๆ หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่คือดูไบ กระนั้น
ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการเมืองไทย  ทั้งนี้ ทักษิณมีโอกาสกลับมาเยือนไทยช่วงสั้นๆ ในปี 2008 โดย
หลังจากนั้นไม่นาน ศาลไทยได้ตัดตัดสินให้ทักษิณมีความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่นเรื่องการซื้อขาย
ที่ดินแถวรัชดา และลงโทษจำคุก 2 ปี รวมถึงยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ  ทว่าหลายฝ่ายเชื่อว่าทักษิณยังคงมีเงินอีกมากซ่อนไว้ช่วงที่ผ่านมา ทักษิณยังคงมีอำนาจและอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง  โดยสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์และคลิปวีดีโอ ขณะที่การก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ น้องสาวแท้ๆ ยิ่งทำให้ทักษิณมีอิทธิพลแข็งแกร่งมากขึ้น  นักวิจารณ์กล่าวว่า ยิ่งลักษณ์คือหุ่นเชิดของทักษิณ แต่ยิ่งลักษณ์ย้ำชัดว่าตนเองมีอิสระไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร

ข้อ 5 เกิดอะไรขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้? 
หลายสัปดาห์หลังออกมาเดินขบวนประท้วง กลุมผู้ชุมนุมเริ่มบุกยึดกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลตาม
สถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ จนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องขยายพื้นที่การใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง
ภายในเพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการาจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วงได้อย่างเต็มที่  ขณะที่ในรัฐสภา
ผู้นำของไทยยังเผชิญกับการอภิปรายลงมติไม่ไว้วาใจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ สุเทพ
เทือกสุบรรณ แกนนำการประท้วงครั้งนี้

ข้อ 6 อะไรคือภัยเสี่ยงสำหรับภูมิภาคแห่งนี้?
การประท้วงได้สั่นคลอนเสถียรภาพของประเทศไทยหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจและจุดหมาย
ปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง  ขณะที่
การประท้วงครั้งนี้ เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมืองหลายประเทศซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเดินทาง
คมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางทางอากาศ โดยขณะนี้การประท้วงพุ่งเป้าไปในพื้นที่
บางส่วนของเมืองหลวงแห่งนี้  กระนั้น ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ทำให้หลายประเทศออกประกาศ
เตือนพลเรือนประเทศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย โดยเฉพาะการเข้าใกล้พื้นที่ชุมนุมประท้วง

ข้อ 7 อะไรคือสิ่งที่กลุ่มผู้ประท้วงต้องการ?
สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำการประท้วงและอดีตรองนายกรัฐมนตรีในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์
ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ระบุว่า การประท้วงครั้งนี้จะไม่หยุดจนกว่าจะสามารถล้มล้างระบอบ
ทักษิณ ซึ่งนับเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้ความพยายามสูง  รัฐบาลยิ่งลักษณ์มาจากการเลือกตั้งตาม
แนวทางประชาธิปไตย ขณะที่พรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์ก็ยังมีฐานเสียงสนับสนุนในพื้นที่หลัก
อย่างเหนียวแน่น และการประท้วงในปัจจุบันคือเสียงสะท้อนของการประท้วงในปี 2008 ที่ผู้ชุมนุม
ออกมาต่อต้านรัฐบาลที่สนับสนุนทักษิณ และเข้ายึดสนามบินและสถานที่ทำงานของภาครัฐ
หลายแห่ง
“กรุงเทพฯ คือจุดยุทธศาสตร์เป้าหมายในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ขณะที่ส่วนอื่นๆ ที่เหลือ
ของประเทศ ยกเว้นทางภาคใต้ ค่อนข้างให้การสนับสนุนทักษิณ หรือวางตัวเป็นกลาง” คูอาเกลีย
กล่าว พร้อมสำทับว่าเหตุผลนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมการประท้วงจึงเกิดขึ้นตามท้องถนนในเมือง
หลวงเป็นหลัก

ข้อ 8 ถาม แล้วกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับเสียงสนับสนุนจากที่ใด?
ตอบ ฝ่ายต่อต้านอดีตผู้นำประเทศ และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ส่วนใหญ่อยู่ในหมู่ชนชั้นสูงและ
ชนชั้นกลางในเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ“กรุงเทพฯ คือจุดยุทธศาสตร์เป้าหมายในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ขณะที่ส่วนอื่นๆ ที่เหลือของประเทศ ยกเว้นทางภาคใต้ ค่อนข้างให้การสนับสนุนทักษิณ หรือวางตัวเป็นกลาง” คูอาเกลียกล่าว พร้อมสำทับว่าเหตุผลนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมการประท้วงจึงเกิดขึ้นตามท้องถนนในเมืองหลวงเป็นหลัก

ข้อ 9 เช่นนี้กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลอยู่ไหน?
กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ชนบทในภาคเหนือและภาคตะวันออก
เฉียงเหนือของประเทศไทย โดยการเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ อาจสร้าง
ความเจ็บปวดให้คนเหล่านี้ที่เข้าร่วมการประท้วงในปี 2010 จนกระเทือนต่อฐานเสียงแต่ไม่น่าจะ
ร้ายแรงแต่อย่างใด
“แม้จะมีภาพผู้คนนับหมื่นออกมาชุมนุมตามท้องถนนเพื่อขับไล่ผู้นำประเทศ  กระนั้น ก็ไม่ได้
หมายความว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องไปจริงๆ หรือหากต้องลงจากตำแหน่ง การประท้วงขับไล่ไม่ใช่
เครื่องหมายรับประกันว่าพรรคของยิ่งลักษณ์จะแพ้การเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในครั้งนี้” คูอาเกลีย
กล่าว

ข้อ10 ถาม สุดท้ายแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
ตอบ หลายฝ่ายยังคงกังขาเรื่องความสามารถของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่จะรักษาความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยของเมืองหลวง รวมถึงบรรยากาศกดดันทางการเมืองในรัฐสภา โดยนักสังเกตการณ์
หลายรายแสดงความวิตกกังวลว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนที่ออกมารวมตัวสนับสนุนรัฐบาลที่กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อาจมีการปะทะกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ เพื่อเข้าสลายการชุมนุมโดยเด็ดขาดขณะเดียวกัน แม้ว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้นำประเทศไทยจะสามารถรอดพ้นการลงมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภามาได้ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่า สถานการณ์ความเคลื่อนไหวเพื่อ

 
     
 
 
     
     
  คำกล่าวเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร    
     
         วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) กล่าวเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ) และคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ( นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.กระทรวงมหาดไทย) โดยมีประเด็นการอภิปรายดังนี้
1.นายกรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางของปัญหาการทุจริต คอรัปชั่นอย่างบูรณาการทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงปล่อยให้ทุจริตตั้งแต่บนยอดเขาไปสู่พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล อย่างมีประโยชน์แอบแฝง
2.การกระทำที่อ้างความเป็นรัฐบาลซึ่งได้รับเสียงข้างมากจากประชาชน แต่กลับมาสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนซึ่งหลายครั้ง โดยรัฐบาลจับประเทศและประชาชนเป็นตัวประกัน 
3.ปล่อยให้คนในกลไกของรัฐบาลทำทุจริต และหลายกรณีมีการเอื้อพวกพ้อง ผู้สนับสนุนทางการเมือง แกนนำมวลชนฝ่ายตนเอง 
4.มีพฤติกรรมทำลายกลไกการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่น ได้แก่
- การทุจริตเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง 
- การทุจริตในเชิงนโยบาย 
- การทุจริตที่ดำเนินการเตรียมการ เลี่ยงระบบงบประมาณ 
- การทุจริตที่วางแผนโดยการทำลายกลไกระบบตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่น ทั้งในส่วนของ ป.ป.ท. ป.ป.ช. และกระบวนการยุติธรรม 
- มีการตรากฎหมายเพื่อเอื้อให้ทุจริตคอรัปชั่นมากยิ่งขึ้น   
 
     
 
 
     
     
  ผลการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎร
 
     
          วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556  ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้
วางใจนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)  และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล  (นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.กระทรวงมหาดไทย)  หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 26-27
พฤศจิกายน 2556
ผลการลงมติมีดังนี้

    ไม่ไว้วางใจ    ไว้วางใจ    งดออกเสียง     ไม่ลงคะแนน 
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร     134    297    2    5
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ    135    296    4    4
 
 
     
 
 
     
     
 
จุดยืนและท่าทีทางการเมืองของแต่ละฝ่าย
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556
 
     
  รัฐบาล
- รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไม่มีระบอบทักษิณ
- รัฐบาลไม่ลาออก ไม่ยุบสภาฯ
- ขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม
- ขอให้แกนนำผู้ชุมนุมมาพูดคุยกันถึงการปฏิรูปประเทศ แต่การตั้งสภาประชาชนเป็นไปไม่ได้

ฝ่ายค้าน
- รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เนื่องจากใช้เสียงข้างมากผลักดันแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายล้างผิดคนโกง ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
- รัฐบาลไม่สำนึกผิดและไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
- พรรคประชาธิปัตย์จะโค่นระบอบทักษิณร่วมกับประชาชน

ผู้ชุมนุม
- ไม่พูดคุยกับรัฐบาลถึงการปฏิรูปประเทศโดยเด็ดขาด
- มีเป้าหมายโค่นระบอบทักษิณลงให้จงได้ในเร็ววัน
- หลังจากโค่นระบอบทักษิณลงแล้วจะตั้งสภาประชาชนซึ่งมาจากทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศสู่การปฏิรูปประเทศไทย 
 
     
 
 
     
     
  พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับประชาชนชุมนุมหน้าสถานทูตอเมริกา
 
     
         วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และ ส.ส.ของพรรคเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับประชาชนชุมนุมหน้าสถานทูตอเมริกา เพื่อต้องการสื่อสารให้เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทยใ ห้ทราบถึงสถานการณ์การเมืองไทยที่มีประชาชนนับล้านคนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือประกาศยุบสภาฯ เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันอยู่ใต้การบงการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศจนเกิดความเสียหายจากนโยบายเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมากมาย ตลอดจนผลักดันแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายตนและพวกพ้อง ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่มีคดีทุจริต คดีอาญา และคดีความที่ คตส.ชี้มูลความผิดจากการทุจริต การบริหารประเทศมีลักษณะเป็นรัฐบาลเผด็จการ ส่วนรัฐสภามีลักษณะเป็นเผด็จการรัฐสภาซึ่งอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายนี้เป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ประชาชนจึงลุกฮือขึ้นเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยมีการปฏิรูปประเทศไทยให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างแท้จริง   
     
 
 
     
     
   ผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆผนึกกำลังรวมตัวเป็นกลุ่มเดียวกันภายใต้ชื่อ “กปปส.”
 
     
          วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 ผู้ชุมนุมทางการเมืองคัดค้านร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯและโค่นระบอบทักษิณ ประกอบด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ กองทัพธรรมโค่นระบอบทักษิณ คณะกรรมการนักศึกษาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย และผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นๆได้ผนึกกำลังรวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียวกันภายใต้ชื่อ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข-กปปส.”โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ ซึ่งมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงประเทศโดยมีสภาประชาชนจากทุกหมู่เหล่าและทุกสาขาอาชีพร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง  
     
 
 
     
     
  นักศึกษา ม.รามคำแหงถูกกลุ่มคนติดอาวุธลอบยิงจนบาดเจ็บล้มตายภายในมหาวิทยาลัย
 
     
          วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภายในมหาวิทยาลัยกว่า 1,000 คนได้ถูกกลุ่มคนติดอาวุธลอบยิงจากด้านหน้าและด้านหลังของมหาวิทยาลัย ส่งผลให้มีนักศึกษาเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีก 55 คน โดยที่ไม่มีตำรวจเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ทั้งที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้แจ้งให้นายตำรวจระดับสูงทราบแล้ว แต่ก็ไม่มีตำรวจมาดูแลแต่อย่างใด
        ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ผู้บังคับการกองพันทหารราบ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ได้นำทหารมาเคลื่อนย้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงออกจากมหาวิทยาลัยไปสู่สถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว 
 
     
 
 
     
  การเคลื่อนขบวนดาวกระจายของ กปปส.ขอความร่วมมือจากสื่อ
 
     
           วันที่ 1 ธันวาคม 2556 กปปส.ได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่องไทยทีพีบีเอส. เพื่อขอความร่วมมือให้เผยแพร่ข่าวสารของ กปปส.ที่ชุมนุมทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ประชาชนได้รับรู้อย่างถูกต้อง และขอให้ถ่ายทอดการแถลงการณ์ของเลขาธิการ กปปส.ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ธันวาคม 2556   
     
 
 
 



 
  การชุมนุมและการเคลื่อนขบวนดาวกระจายของ กปปส.
 
     
         วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 กปปส.ซึ่งมีการชุมนุมอยู่ 5จุด ได้แก่เวทีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวทีกระทรวงการคลัง เวทีผ่านฟ้า และเวทีราชดำเนินนอก ได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายปิดล้อมหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ    
     
 
 
     
     
  ตำรวจระดมยิงแก้สน้ำตา กปปส.ที่ประชิดใกล้รั้วแท่งคอนกรีต
 
     
         วันที่ 1 ธันวาคม 2556 ผู้ชุมนุม กปปส.ได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด้านสะพานชมัยมรุเชษฐ์ แต่เมื่อประชิดเข้าใกล้รั้วแท่งคอนกรีตก็ถูกตำรวจระดมยิงแก้สน้ำตาสกัดกั้นจนมีผู้บาดเจ็บหลายคน
       วันที่ 2 ธันวาคม 2556 ผู้ชุมนุม กปปส.ได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด้านสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ด้านสะพานอรทัย ด้านสี่แยกกองพลที่ 1 และด้านสี่แยกวังแดง แต่เมื่อประชิดเข้าใกล้รั้วแท่งคอนกรีตก็ถูกตำรวจระดมยิงแก้สน้ำตาสกัดกั้นจนมีผู้บาดเจ็บหลายคน อย่างไรก็ตามผู้ชุมนุม กปปส.ก็ได้รุกคืบเป็นลำดับ 
 
     
 
 
     
     
  ผู้ชุมนุม กปปส.เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
 
     
          วันที่ 3 ธันวาคม 2556 ผู้ชุมนุม กปปส.เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นวันที่ 3 แต่ก็ถูกตำรวจระดมยิงแก้สน้ำตาตอบโต้ตลอดเวลา ซึ่งผู้ชุมนุมก็หาได้ประหวั่นพรั่นพรึงจนกระทั่งตอนสายของวันเดียวกันตำรวจยอมเปิดแนวกั้นให้ผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปถึงหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลและผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปถึงทำเนียบรัฐบาล เหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนเช่นนี้ก็ยังไม่ทราบถึงความชัดเจนของที่มาว่าผู้มีอำนาจรัฐผู้ใดเป็นผู้ออกคำสั่งให้ตำรวจเปิดแนวกั้นรั้ว อย่างไรก็ตามก็นับเป็นเรื่องที่ดีที่เหตุการณ์ได้คลี่คลายสงบลงโดยไม่ประสบกับการสูญเสียหรือการบาดเจ็บของทั้ง 2 ฝ่ายอีกต่อไป   
     
 
 
     
     
  เลขาธิการ กปปส.ประกาศว่าภารกิจยังไปไม่ถึงเป้าหมาย   
     
          วันที่ 3 ธันวาคม 2556 เลขาธิการ กปปส.ประกาศแม้ว่าผู้ชุมนุม กปปส.สามารถเคลื่อนขบวนดาวกระจายปิดล้อมกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผลสำเร็จ และยังสามารถเคลื่อนขบวนไปถึงทำเนียบรัฐบาล หาใช่ชัยชนะของ กปปส.ไม่ และแม้ว่านายกรัฐมนตรีลาออกก็มีคนของระบอบทักษิณมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ หรือแม้ว่านายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ คนในระบอบทักษิณก็ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งเพราะมีเงินทุนมากในการซื้อเสียง ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยการปฏิรูปประเทศไทยจะต้องโค่นระบอบทักษิณให้หมดไปจากแผ่นดินไทยเสียก่อน   
     
 
 
     
     
  ไทยติดอันดับประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากเป็นอันดับที่ 102 ในปี 2556
 
     
          วันที่ 3 ธันวาคม 2556 สถาบันจัดอันดับทุจริตคอร์รัปชั่นหรือองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัตภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นจากกการจัดอันดับประเทศต่างๆทั่วโลก 177 ประเทศ ประจำปี 2556 ผลปรากฏว่าไทยติดอันดับที่ 102 ได้คะเพียง 35 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 ตกต่ำกว่าปี 2555 ซึ่งติดอันดับที่ 88 นับว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยมีความเลวร้ายลงอย่างหน้าตกใจ
สถิติย้อนหลังการจัดอันดับ 4 ปีของไทยมีดังนี้
   - ปี 2553 ไทยติดอันดับที่ 78
   - ปี 2554 ไทยติดอันดับที่ 80
   - ปี 2555 ไทยติดอันดับที่ 88
   - ปี 2556 ไทยติดอันดับที่ 102
เมื่อเปรียบเทียบไทยกับประเทศอาเซียนด้วยกันในปี 2556 นี้ สิงคโปร์ได้ 86 คะแนน บรูไนได้ 60 คะแนน มาเลเซียได้ 50 คะแนน 
เป็นที่น่าสังเกตว่าลาวและพม่าแม้จะมีคะแนนค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีคะแนนที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด 
 
     
 
 
     
     
  เลขาธิการ กปปส. ประกาศเคลื่อนผู้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
 
     
  ทวีศักดิ์  อุ่นจิตติกุล   
     
          วันที่ 7 ธันวาคม 2556 นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)  ประกาศเคลื่อนผู้ชุมนุมทั้งหมดปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 9 ธันวาคม 2556เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีการปฏิรูปประเทศจากคนทุกภาคส่วนของสังคม   
     
 
 
     
     
  สส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกยกพรรค
 
     
  ทวีศักดิ์  อุ่นจิตติกุล   
 
 
          วันที่ 8 ธันวาคม 2556 ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดลาออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกับการเมืองภาคประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยให้มีการปฏิรูปประเทศไทยจากคนในทุกภาคส่วนของสังคม เนื่องจากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดล้มเหลว มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศโดยแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว.ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ  อีกทั้งยังปฏิเสธอำนาจในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ   
     
 
 
     
     
  กปปส. เคลื่อนขบวน 9 เส้นทางจาก 9 จุด มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล
 
     
          วันที่ 9 ธันวาคม 2556 คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
( กปปส. ) นำผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลเพื่อโค้นระบอบทักษิณนับล้านคน เดินขบวนจาก 9 จุด ไปใน 9 เส้นทางมุงสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยเส้นทางดังนี้
   - เส้นทางที่หนึ่ง  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (แจ้งวัฒนะ) 
   - เส้นทางที่สอง ถนนรัชโยธิน
   - เส้นทางที่สาม พรรคเพื่อไทย
   - เส้นทางที่สี่ วงเวียนใหญ่  
   - เส้นทางที่ห้า กระทรวงการคลัง 
   - เส้นทางที่หก สี่แยกคอกวัว  / ปิ่นเกล้า
   - เส้นทางที่เจ็ด ร.ร.สตรีวิทย์ / แยกวังแดง   
   - เส้นทางที่แปด ถนนสุขุมวิท   
   - เส้นทางที่เก้า   ถนนเอกมัย

วัตถุประสงค์ของ กปปส. ในครั้งนี้ต้องการให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯและลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศโดยมีการปฎิรูปประเทศไทยจากสภาประชาชนซึ่งมาจากทุกภาคส่วนของสังคม 
 
     
 
 
     
     
  นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ
 
     
         วันที่ 9 ธันวาคม 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร์ หลังจากที่ กปปส. ได้เคลื่อนขบวนจาก 9 จุด ไปใน 9 เส้นทางมุงสู่ทำเนียบรัฐบาล
       การยุบสภาผู้แทนราษฎร์ในครั้งนี้มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราฎร์ทุกคนสิ้นสุดสมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎร์ ส่วนคณะรัฐมนตรียังคงทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งต่อไปอีก 45 วัน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ครั้งใหม่ 
 
     
 
 
     
     
  ศาลอาญายกคำร้องขอออกหมายจับ 13 แกนนำผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล
 
     
          วันที่ 9 ธันวาคม 2556 พนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอออกหมายจับ 13 แกนนำผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ กระทำการที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
แกนนำผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลโค่นระบอบทักษิณที่ถูกตำรวจขอออกหมายจับมีจำนวน 13 คนดังรายชื่อต่อไปนี้
     1. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
     2. นายชุมพล จุลใส
     3. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
     4. นายอิสระ สมชัย
     5. นายวิทยา แก้วภราดัย
     6. นายถาวร เสนเนียม
     7. นายณัฐพล ทีปสุวรรณ
     8. นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์
     9. นางอัญชะลี ไพรีรัก
     10. นายนิติธร ล้ำเหลือ
     11. นายอุทัย ยอดมณี
     12. ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์
     13. พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
ศาลอาญาได้พิเคราะห์ว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะคลี่คลายลง ควรออกหมายเรียกก่อน ในชั้นนี้จึงยังไม่เห็นสมควรให้ออกหมายจับให้ยกคำร้อง 
 
     
 
 
     
     
  เลขาธิการ กปปส.พบภาคเอกชนเพื่อทำความเข้าใจเรื่องปฏิรูปประเทศไทย
 
     
          วันที่ 12 ธันวาคม 2556  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำพบ 7 องค์กร
ภาคเอกชนเพื่อชี้แจงเหตุผลและแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย  ซึ่งมีองค์กรภาคเอกชนประกอบด้วย
สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สภาอุตสาหกรรมการลงทุน  สภาธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น
 
         เลขาธิการ กปปส. ชี้แจงว่าจะต้องมีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยมีสภา
ประชาชนซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ 300 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาชน100 คน ซึ่งมาจากการสรรหาของกปปส. รวมทั้งสิ้น400 คน ทำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์
        และกติกาต่างๆ เพื่อสกัดกั้นและขจัดนักการเมืองที่ไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอ ตกอยู่ใต้การควบคุมของนายทุนที่เป็นเจ้าของพรรค  มีมาตรการและมีการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งและซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการแก้ไขปัญหาของประเทศในระดับโครงสร้าง อาทิ การกระจายอำนาจ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมฯลฯ
 
     
 
 
     
     
  กปปส. นัดเคลื่อนขบวนใหญ่ครั้งที่ 3
 
     
          วันที่ 16 ธันวาคม 2556  เลขาธิการ กปปส. นัดประชาชนเคลื่อนขบวนครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 3
ในวันที่ 22 ธันวาคม 2556  เพื่อกดดันให้รักษาการนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออก เปิดทาง
ให้มีสภาประชาชนทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ 
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556  มีผู้ชุมนุม กปปส. เดินขบวนกว่าล้านคน และเมื่อ
วันที่ 9 ธันวาคม 2556  มีผู้ชุมนุม กปปส. เดินขบวน 4-5 ล้านคน 
 
     
 
 
     
     
  กปปส. รณรงค์เชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 22 ธันวาคม 2556
 
     
          เลขาธิการ กปปส.  เดินเท้ารณรงค์เชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 22 ธันวาคม 2556 โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ได้ใช้เส้นทางจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ไปถนนเพขรบุรีถึงสี่แยกอโศก แล้วเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทย์ไปสี่แยกปทุมวัน และในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ได้เดินท้าวจากอนุสาวรีย์ประช่าธิปไตยไปถนนสีลม ถนนเจริญกรุงเข้าสู่เยาวราช
        การเดินท้าวรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดีและมีการบริจาคเงินสนับสนุน กปปส. เป็นจำนวนมาก
 
     
 
 
     
     
  พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งสมาชิกพรรคลงเลือกตั้ง ส.ส.
 
     
          วันที่ 21 ธันวาคม 2556 ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ส่งสมาชิกพรรคลงเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เนื่องจากเห็นว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปประเทศไทยเสียก่อน ประเทศชาติก็ยังคงประสบกับความวุ่นวายทางการเมืองต่อไป และประเทศชาติจะสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศต่างๆในประชาคมอาเซียนและระดับสากล   
     
 
 
     
     
   กปปส. ชุมนุมใหญ่เป็นครั้งที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการณ์ลาออก  
     
          วันที่ 22 ธันวาคม 2556 ผู้ชุมนุม กปปส.เคลื่อนไหวการชุมนุมครั้งใหญ่ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 มีผู้เข้าร่วมชุมนุม 5-6 ล้านคนเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการณ์ลาออก ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สี่แยกอโศก สี่แยกราชประสงค์ และสวนลุมพินี เพื่อให้มีสภาประชาชนทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศไทยก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่   
     
 
 
     
     
  ครม. ประกาศขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ
 
     
          วันที่ 25 ธันวาคม 2556  คณะรัฐมนตรีได้ประกาศขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551  เป็นเวลาอีก 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 มีนาคม 2557
ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมดและปริมณฑล 
 
     
 
 
     
     
  กกต.ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลรักษาการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป
 
     
           26  ธันวาคม  2556  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลรักษาการเลื่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ออกไปก่อน  เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อยจากการชุมนุมประท้วงของการเมืองภาคประชาชน ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นรัฐกับประชาชนควรจะได้หารือกันให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน  โดยกกต.ยินดีทำหน้าที่เป็นคนกลาง
หากรัฐไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ในครั้งนี้กกต.อาจต้องใช้สิทธิ์ส่วนบุคคลตัดสินใจคลี่คลายสถานการณ์เอง
 
     
 
 
     
  กปปส.ประกาศเคลื่อนไหวการชุมนุมทั่วประเทศครั้งใหญ่หลังปีใหม่
 
     
          26 ธันวาคม  2556   เลขาธิการ กปปส.ประกาศเคลื่อนไหวการชุมนุมทั่วประเทศครั้งใหญ่หลังปีใหม่ เพื่อกดดันให้รัฐบาลรักษาการลาออก เปิดทางให้มีรัฐบาลคนกลางเข้ามาบริหารประเทศชั่วคราว  โดยมีสภาประชาชนทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ  สังคมและการเมืองก่อนมีการเลือกตั้ง  เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข