Website Banner
รับฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
ดำเนินรายการโดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุลรายการเด็กดีของพ่อแม่วันเสาร์
เวลา 16.00
17.00 น.
สถานีวิทยุ กทม. คลื่น A.M.873 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

รายการคุยกันเช้าวันอาทิตย์
วันอาทิตย์ เวลา 06.00 07.00 น.สถานีวิทยุ กทม.
คลื่น A.M.873 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

รายการทันโลกเกษตร
วันอาทิตย์ เวลา 22.00 22.30 น.สถานีวิทยุ มก. คลื่น A.M.1107 KHZ.
ฟังเนื้อหา คลิก!!

 
 

















 
track web site visits
 
     
  ข่าวสารการเมืองและบทความ
     
 
 
     
     
  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557   
     
 
         22 กรกฎาคม 2557 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวพุทธศักราช 2557 ที่ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว 
 
     
 
 
     
     
  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวพุทธศักราช ๒๕๕๗   
     
 
มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้

มาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้บทบัญญัติของหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๗ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ยังคงใช้บังคับต่อไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญนี้และภายใต้บังคับมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ที่ใดในบทบัญญัติดังกล่าวอ้างถึงรัฐสภาหรือประธานรัฐสภาให้หมายถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญนี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา ๔ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้ 
 
     
   << คลิกเพื่ออ่านต่อ >>  
     
 
 
     
     
   ปปช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   
     
 
        คดีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าว 17 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติเอกฉันท์ 7 :0 เสียง ชี้มูลความผิดคดีอาญาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจนเกิดความเสียหายและขาดทุนเป็นจำนวนมาก
        เนื่องจากมีเหตุว่าเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายซึ่งเกิดจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ได้กำหนดนโยบายดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ส่งผลให้เกิดความเสียหายและขาดทุนจำนวนมากจากการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวกว่า 500,000 ล้านบาท โดยมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่การกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกสูงกว่าราคาความจริงตลาดเกินกว่าปกติ เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด รวมทั้งเกิดการทุจริตทุกขั้นตอนตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การสวมสิทธิ์เกษตรกร โกงความชื้น โกงตราชั่ง นำข้าวมาเวียนเข้าโครงการ การลักลอบนำเข้าข้าวจากคลัง ขณะที่การระบายข้าวมีการใช้อิทธิพลทางการเมืองช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้ข้าวจากโครงการไปจำหน่าย เกิดระบบนายหน้าค้าข้าวไม่เปิดประมูลข้าวอย่างเปิดเผย ทำให้เกิดรายจ่ายภาครัฐและขาดทุนจำนวนมาก ทั้งการอุดหนุนเกษตรกรและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การสีแปรสภาพ การขนส่ง การเก็บรักษา ข้าวเสื่อมคุณภาพ ขายข้าวขาดทุน ข้าวสูญหายจากโกดัง ซึ่งเป็นการทำลายระบบการค้าข้าวเสรีจากการที่รัฐบาลกลายเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ ทำให้โรงสีและผู้ส่งออกนอกโครงการไม่สามารถจัดหาข้าวได้เพียงพอจนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน ส่วนประเทศไทยสูญเสียตลาดส่งออกข้าวจากตลาดค้าข้าวไทยแพงกว่าตลาดคู่แข่งต่างประเทศที่มาจากการจำนำข้าวทุกเม็ด โดยไม่จำกัดพื้นที่ผลิตและวงเงินการรับจำนำข้าว ตลอดจนการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ และรับจำนำข้าวราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงแต่กลับได้คุณภาพต่ำกว่าราคาจำนำข้าวจริง
        ทั้งนี้ ปปช. จะส่งรายงานและเอกสารพร้อมความเห็นให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสัปดาห์หน้า และยืนยันว่า ปปช.ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสตามขบวนการทางกฎหมาย
 
     
 
 
     
     
  คสช.แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานครบรอบ 1 เดือน  
     
   25 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานครบรอบ1 เดือน หลังจากเข้าควบคุมอํานาจการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ว่าการทํางานของคสช.แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
- ระยะที่หนึ่ง ดําเนินการสร้างความปรองดอง
- ระยะที่สอง การใช้ธรรมนูญชั่วคราว
- ระยะที่สาม การเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง
ทั้งนี้คสช.แบ่งการทํางานเป็น 5 ฝ่าย ประกอบด้วย
1. ฝ่ายความมั่นคง ทําหน้าที่สืบสวนสอบสวนจับกุมเครือค่ายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามและธุรกิจผิดกฎหมายรวมถึงการปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนันและบูรณาการแรงานทั้งระบบ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศในทุกมิติ 
2. ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้แก้ไขปัญหาข้อจํากัดการจ่ายเงินชาวนาตามโครงการรับจํานําข้าวได้อย่างครบถ้วน
และปิดบัญชีการรับจํานําข้าวอย่างเรียบร้อย
3. ฝ่ายกฎหมาย รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องและผลกระทบด้านกฎหมายต่างๆเพื่อลดความขัดแย้ง ในเบื้องต้นได้เดินหน้ามาตรการปราบปรามคอรัปชั่นและยาเสพติดอย่างจริงจัง
4. ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ได้จัดกิจกรรมคืนความสุขให้แก่คนในชาติทุกพื้นที่ทั่วประเทศขับเคลื่อนกองทุนต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
5. ฝ่ายสร้างความปรองดองปฏิรูปประเทศในเบื้องต้นได้จัดกิจกรรมสร้างความปรองดองครบทุกจังหวัดรวมถึงได้ลงนามความเข้าใจระหว่างผู้ที่มีความเห็นต่างไปแล้ว 150 ฉบับ เพื่อความสงบเรียบร้อยอีกทั้งได้จัดทําวิธีการและขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาหรือ road map การปฏิรูปประเทศที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและขจัดภัยที่มีต่อความมั่งคงของประเทศพร้อมทั้งรับเรื่องร้องเรียนต่างๆเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้คสช.ได้เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ2558 วงเงิน 2,750,000 ล้านบาทเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและบริหารประเทศด้านต่างๆซึ่งคาดว่าจะสามารถอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2558 ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557
 
     
 
 
     
     
   คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว)ทั่วราชอาณาจักร
 
     
               13 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุอันจะนําไปสู่การเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลาย และบรรเทาผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตประจําวันของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
 
     
 
 
     
     
  คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว)บางพื้นที่เพิ่มเติม
 
     
               10 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานบางพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตประจําวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ ดังต่อไปนี้

ภาคเหนือ
- ตาก
- สุโขทัย
- แม่ฮ่องสอน
- อุตรดิตถ์
- แพร่
- น่าน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- นครพนม
- สกลนคร
- ร้อยเอ็ด
- เลย
- สุรินทร์

ภาคตะวันออก
- ระยอง
- จันทบุรี
- ตราด (เฉพาะอําเภอเมือง คลองใหญ่ เขาสมิง บ่อไร่ แหลมงอบ เกาะกูด)
- กาญจนบุรี
- ราชบุรี
- เพชรบุรี (เฉพาะอําเภอเมือง เขาย้อย หนองหญ้าปล้อง ท่ายาง บ้านลาด บ้านแหลม แก่งกระจาน)

ภาคใต้
- สงขลา (เฉพาะอําเภอเมือง สะเดา)
- ตรัง
- สตูล
 
     
 
 
     
     
   คสช.ขยายระยะเวลาแก่ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
สําหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่จนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 57

 
     
          10 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขยายระยะเวลาแก่ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดสําหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามในการส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนไปจนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2557 หากไม่ดําเนินการตามกําหนดเวลาจะมีความผิดต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 20 ปี
 
     
 
 
     
     
  คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว)บางพื้นที่  
     
            8 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานบางพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้นเพื่อเป็นการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  
 
 
 
 
     
     
   คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว)บางพื้นที่  
     
             6 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานบางพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการ ผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในพื้นที่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา
 
     
     
 
 
     
     
  คสช.เน้นการสร้างสังคมเป็นสุขยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
 
     
             4 มิถุนายน 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธานประชุมส่วนราชการฝ่ายความมั่งคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา โดยได้ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลต่อสังคมที่เป็นข้อเท็จจริง เช่น โครงสร้างพลังงาน โครงสร้างภาษี แนวทางการช่วยเหลือปัญหาเกษตรกรอย่างยั่งยืน ฯลฯ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจ พร้อมแสดงความห่วงใยภาวะค่าครองชีพที่มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งเห็นควรตรึงราคาสินค้าจำเป็นต่อค่าครองชีพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน

 
     
 
 
     
     
   คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถาน(เคอร์ฟิว)บางพื้นที่  
     
           3 มิถุนายน 2557 เวลา 16.18 น.  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน(เคอร์ฟิว) บางพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในการท่องเที่ยว และลดผลกระทบจากการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะสงบ และปราศจากการชุมนุมทางการเมืองอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ จึงให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต  
     
 
 
     
     
  คสช. ชี้แจงเหตุผลและแนวทางการปฏิรูปประเทศหลังควบคุมอำนาจรัฐ
 
     
              30 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)แถลงในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเมือช่วงค่ำวันที่ 30 

เหตุผลการเข้ามาบริหารราชการ

          การดำเนินงานของคสช.เพื่อยุติความขัดแย้งและคืนความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม รวมถึงการแก้ไขความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

แนวทางการบริหารราชการ

          การประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อให้เกิดความปลอดภัย แต่หากประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็พร้อมจะใช้กฎหมายปกติโดยเร็วการปรับย้ายข้าราชการนั้นเพื่อเป็นการลดความขัดแย้งและปรับเปลี่ยนบุคคลให้เหมาะสมเพื่อสร้างความไว้วางใจและการยอมรับของสังคมโดยเคารพเกียรติยศของความเป็นข้าราชการในทุกองค์กรมีแผนเร่งด่วนในการบรรเทาผลกระทบให้แก่ประชาชน อาทิ จ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เร่งตรวจสอบโครงการต่างๆที่ต้องชะงักในรัฐบาลที่ผ่านมาโดยเฉพาะการบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาสาธารณูปโภคและพิจารณาโครงการที่มีการลงทุนสูงอย่างรอบคอบ หากโครงการใดเป็นประโยชน์จะแยกพิจารณาเป็นรายโครงการโดยใช้งบประมาณประจำปีหรืออาจนำภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนเพื่อลดการกู้เงินและให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนด้านพลังงานอยู่ในระหว่างการพิจารณามาตรการดูแลปรับปรุงทึ่อยู่ในวินัยการเงินการคลัง ตั้งกองทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น รวมทั้งตั้งกองทุนประเทศเพื่อลดการลงทุนของรัฐ การปรับปรุงทบทวนรัฐวิสาหกิจให้มีความทันสมัย โดยพิจารณาด้านความมั่นคงด้านพลังงานและพลังงานทดแทน


Road map ของ คสช.

  แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้
- ระยะแรก เป็นการดำเนินการเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ ใช้เวลา 2-3 เดือน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มตั้งศูนย์การปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปในส่วนกลางและระดับพื้นที่แล้ว
- ระยะที่สอง จัดตั้งสภานิติบัญญัติ สรรหานายกรัฐมนตรี ตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการ พร้อมกับการตั้งสภาปฏิรูปเพื่อปฏิรูปแก้ไขในทุกเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องการและเป็นที่ยอมรับโดยน่าจะใช้เวลา 1 ปี ส่วนที่จะมากกว่าหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์
- ระยะที่สาม เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ให้ได้คนดีปกครองบ้านเมือง
 
     
 
 
 
 
     
   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นหัวหน้า คสช.  
     
           26 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แล้ว
         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า  ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิกุลล้นพ้น ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ และหลังจากนี้จะทำหน้าที่เดินหน้าแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เพื่อแก้ไขข้อติดขัดทุกประการที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนรวมทั้งเดินหน้าปฏิรูปประเทศทุกด้าน จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายอย่าต่อต้านหรือฝ่าฝืน โดยขอให้ประชาชนทุกคนสงบและอดทนเพื่อคืนความสุขให้คนไทยสร้างเสถียรภาพของประเทศ
 
     
 
 
     
     
   ผบ.ทบ.ประกาศแถลงการทำรัฐประหาร  
     
          22 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แถลงการณ์ทำรัฐประหารผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อเวลา 16.30 น. เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศเพื่อรักษาสถานการณ์บ้านเมืองให้มีความอยู่รอดปลอดภัย   
     
 
 
     
     
   ที่ประชุม ศรธ. เลือกนายนุรักษ์ มาประณีต เป็นประธาน ศรธ.คนใหม่  
     
          21 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญมีมติเลือกนายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายจรูญ อินทจารที่ลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีอายุครบ 70 ปีในปลายเดือนพฤษภาคมนี้
 
     
 
 
     
   สาระสำคัญของคำสั่ง กอ.รส. 6 ฉบับ
 
     
   20 พฤษภาคม 2557  กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) มีคำสั่งออกมา 6 ฉบับซึ่งสรุปได้ดังนี้
- แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รส. ประกอบด้วยผู้บัญชาการกองทัพไทย ผู้บัญชาการ
ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 
- ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ทั้งส่วนราชการและเอกชนทุกสถานี
งดรายการประจำและให้รับสัญญาณถ่ายทอดจากสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานี
วิทยุโทรทัศน์ของกองทัพบกเมื่อได้รับการประสาน
- ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองของทุกฝ่ายยุติการเคลื่อนย้ายมวลชนไปยังสถานที่ต่างๆ
                           และให้ชุมนุมอย่างสงบในพื้นที่เดิม  
- ห้ามนำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบ เอกสาร ภาพ สื่อสิ่งพิมพ์ การออกอากาศตาม
สถานีวิทยุโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล สถานีวิทยุกระจายเสียงและ
สถานีวิทยุชุมชน ตลอดจนสื่อออนไลน์ที่มีเจตนาบิดเบือนปลุกระดมสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายแตกแยก ส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ 
- ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมจำนวน 10 สถานีรวมสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาต
ให้จัดตั้งตามที่กฎหมายกำหนด ระงับการออกอากาศ ระงับการถ่ายทอดเพื่อให้
ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากการบิดเบือนอันจะก่อให้
เกิดความเข้าใจผิด และสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัวจนส่งผลกระทบต่อการ  
  รักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่
 
     
 
 
     
     
   กอ.รส. เชิญข้าราชการ เอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุม
 
     
   20 พฤษภาคม 2557  กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) เชิญหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทน
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และตัวแทนสภาวิชาชีพสาขาต่างๆ ตลอดจนตัวแทนภาคประชาสังคม
เข้าร่วมประชุมเมื่อเวลา 14.00 น. ตามสถานที่ที่ได้กำหนดไว้
- ภาคกลางประชุมที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประชุมที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี
จังหวัดนครราชสีมา
- ภาคเหนือประชุมที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
จังหวัดพิษณุโลก
- ภาคใต้ประชุมที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รส. ได้เน้นย้ำเรื่อง
ความสงบของประเทศ  ดังนั้นหากการเลือกตั้งของประเทศที่จะเกิดขึ้นใหม่มีแน้วโน้มว่าจะทำให้เกิดความรุนแรงก็ไม่ควรจะจัดขึ้น ซึ่งจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่
 
     
 
 
     
     
   วุฒิสภายังคงเดินหน้าหาทางออกประเทศ
 
     
   20 พฤษภาคม 2557  คณะทำงานชุดต่างๆ ของวุฒิสภาได้สรุปผลการหารือการหาทางออก
ของประเทศให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานวุฒิสภาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ road
map  คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้น่าจะมีทางออกของประเทศที่ชัดเจนขึ้น
 
     
 
 
     
     
   กปปส. ยังคงดำเนินการชุมนุมตามเป้าหมายเดิม  
     
  20 พฤษภาคม 2557  นายเอกณัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวว่าการชุมนุม
ของ กปปส. จะยังคงดำเนินต่อไปตามเป้าหมายเดิมเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการภายใต้กฎอัยการศึกและการหาช่องทางสื่อสารกับประชาชน
ซึ่งการปราศรัยบนเวทีจะยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม  แกนนำ กปปส. ทุกคนยังปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติพร้อมกัน  ขอให้ติดตามการปราศรัยของเลขาธิการ กปปส. ต่อไป
 
     
 
 
     
     
  กองทัพบกประกาศใช้กฎอัยการศึก  
     
          20 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรเพื่อควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เวลา 03.00 น.เป็นต้นไป ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ  
 



 
     
     
  การหารือของวุฒิสภากับรัฐบาลเรื่องการลาออกไม่เป็นผล
 
     
  19 พฤษภาคม 2557  การหารือระหว่างนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานวุฒิสภา
กับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเรื่องการลาออกของรัฐบาลจากรักษาการไม่เป็นผล 
หลังจากนี้วุฒิสภาจะใช้แนวทางอื่นที่ถูกต้องตามกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศต่อไป
 
     
 
 
     
     
   ข้อสรุปกรอบเวลาในการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายของ กปปส.  
     
          17 พฤษภาคม 2557 เลขาธิการ กปปส.และแกนนำได้ประชุมร่วมกับเครือข่าย กปปส.ทั่วประเทศที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จากการประชุมมีข้อสรุปกรอปเวลาในการเคลื่อนไหวโดยจะมีการชุมนุมครั้งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2557 เพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้กลับคืนมาจากรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายและความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างใหญ่หลวงกลับมาเป็นอำนาจอธิปไตยของประชาชนอีกครั้งหนึ่งในฐานะที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ เป้าหมายการชุมนุมครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้เปลี่ยนผ่านเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  
     
 
 
     
     
 
ผลการหารือเพื่อหาทางออกของประเทศระหว่างวุฒิสภากับฝ่ายต่างๆ เป็นวันที่ 3
(วันที่ 15 พฤษภาคม 2557)
 
     
   การหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ที่ประชุมเห็นว่าเพื่อเป็นการลบความสูญเสียควรเร่งแก้ปัญหาโดยยึดหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ตามกระบวนการของรัฐสภาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และขอให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนกการ
เจรจา โดยยอมรับว่านายกรัฐมนตรีรักษาการมีอำนาจจำกัด ระหว่างนี้ควรมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงาน
ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
การหารือกับตัวแทนเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการ และปลัดกระทรวงต่างๆ
ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องหานายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนประเทศ
ต่อไปได้
การหารือกับตัวแทนสื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และเครือข่ายภาคประชาชน
ที่ประชุมเสนอความเห็นและแนวทางที่หลากหลาย ซี่งวุฒิสภาจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อ
สนับสนุนให้สามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 
 
     
 
 
     
     
  คำแถลงของผู้บัญชาการทหารบก   
     
  15 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ว่าขอเป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่พยายามแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง   พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยประณามผู้ใช้ความรุนแรงและใช้อาวุธสงครามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้หยุดการกระทำ เพราะหากสถานการณ์มีความรุนแรงต่อเนื่อง  ทหารอาจจำเป็นต้องระงับเหตุการณ์เต็มรูปแบบ  
     
 
 
     
     
 
ศูนย์เอราวัณสรุปจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมือง
ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 56 – 15 พ.ค. 57
 
     
  15 พฤษภาคม 2557  ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร สรุปจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556  
ที่มหาวิทยาลัยร ามคำแหงเป็นต้นมา ดังนี้
- ผู้บาดเจ็บ  784  ราย  (ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 15 ราย)
- ผู้เสียชีวิต  24  ราย
- ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตสะสม  808  ราย
อนึ่ง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 เวลา 02.45 น. เกิดเหตุมีเสียงคล้ายระเบิดและมีเสียงปืน
ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีผู้บาดเจ็บ 23 รายและเสียชีวิต 2 ราย 
 
     
 
 
     
     
   การหารือกำหนดวันเลือกตั้งระหว่าง กกต. และรัฐบาลยังไม่ได้ข้อยุติ  
     
          15 พฤษภาคม 2557 การหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลยังไม่ได้ข้อยุติและต้องเลื่อนการหารือเป็นครั้งที่ 2 โดยจะมีการนัดหารือใหม่ในภายหลัง
 
     
 
 
     
     
  วุฒิสภายังคงเดินหน้าหารือกับฝ่ายต่างๆ เพื่อหาทางออกของประเทศ
 
     
           15 พฤษภาคม 2557 รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาพร้อมด้วย
คณะทำงานประสานงานองค์กรวุฒิสภาได้หารือเพื่อหาทางออกของประเทศเป็นวันที่ 3 กับฝ่ายต่างๆ
ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบดี หน่วยงานความมั่นคง ปลัดกระทรวงต่างๆ ตัวแทนกองทัพ กลุ่มสื่อมวลชน
องค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ และเครือข่ายภาคประชาชน
หลังจากเมื่อวานนี้ได้หารือกับ 12 องค์กรโดยมีความเห็นร่วมกันถึงแนวทางการตั้งรัฐบาล
เฉพาะกาลเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   การทำหน้าที่ของวุฒิสภากับการหาทางออกของประเทศ  
     
         14 พฤษภาคม 2557 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาได้หารือการหาทางออกของประเทศร่วมกับตัวแทนฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ องค์กรภาคเอกชนรวม 9 องค์กรซึ่งประกอบด้วยศาลฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
 
         ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ได้มีการประชุมวุฒิสภานอกรอบเป็นครั้งแรกเพื่อระดมความเห็นจากสมาชิกวุฒิสภา และในช่วงคืนวันเดียวกันได้เปิดโอกาสให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เลขาธิการ กปปส. เข้าร่วมเสนอแนวทางในการหาทางออกของประเทศ และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม
2557 ได้ประชุมวุฒิสภานอกรอบครั้งที่ 2 และได้เชิญนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเข้าหารือแต่เนื่องจากติดภารกิจจึงไม่ได้เข้าหารือ มีเพียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าร่วมเสนอทางออกของประเทศ
 
         อย่างไรก็ตามวุฒิสภาจะรอการนัดนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยรวมถึงตัวแทน นปช. เข้าร่วมเสนอทางออกของประเทศไปจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ก่อนสรุปแนวทางแก้วิกฤตทางการเมืองของประเทศต่อไป
 
     
 
 
 

   กปปส. ยุบรวมเวทีชุมนุมไปอยู่ที่เวทีใหญ่หน้าองค์การสหประชาชาติ
 
     
   11 พฤษภาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลว่าวันที่ 12 
พฤษภาคม 2557  จะยุบรวมเวทีทั้งหมดทั้งของ คปท. กองทัพธรรม และเวทีสวนลุมพินีไปรวมกันที่
เวทีใหญ่หน้าองค์การสหประชาชาติ
 
     
 
 
     
     
   กปปส. เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระตาม รธน.ร่วมกันดำเนินการเพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่
 
     
   10 พฤษภาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ร่วมกับแกนนำแถลงท่าทีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้
ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกันดำเนินการเพื่อให้เกิดนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 7 เข้ามาจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศและปฏิรูปประเทศไทย
 
     
 
 
     
     
   วุฒิสภาจะจัดให้มีการประชุม ส.ว. เพื่อหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง
 
     
   10 พฤษภาคม 2557  นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาเปิดเผยว่าสัปดาห์หน้าประมาณวันที่ 12 หรือ 13 พฤษภาคม 2557 จะประชุมวุฒิสภา
เพื่อหารือร่วมกันเป็นการด่วนในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ซึ่งอาจจะเชิญหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำ
พรรคการเมืองมาหารือด้วย  แนวทางการหารือเบื้องต้นต้องมีการบริหารความขัดแย้งให้มีความคลี่คลาย
 
     
 
 
     
     
  ผลการเลือกตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา
 
     
   9 พฤษภาคม 2557  การประชุมวุฒิสภาวิสามัญมีการออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนนให้มีประธาน
วุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2  ผลการเลือกตั้งมีดังนี้
- นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานวุฒิสภาชนะ พล.ต.อ.จงรัก
จุฑานนท์  ด้วยคะแนนเสียง 96:51 
- นายพีระศักดิ์ พอจิต  ได้รับเลือกตั้งให้เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ชนะนายจองชัย
เที่ยงธรรม ด้วยคะแนนเสียง 89:57
 
     
 
 
     
     
   กปปส.เคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลและสถานีโทรทัศน์  
     
     9 พฤษภาคม 2557 มวลมหาประชาชน กปปส.เคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลและสถานีโทรทัศน์ 5 แห่ง ได้แก่ ช่อง 3, 5, 7, 9 และ 11 เพื่อขอความร่วมมือให้ถ่ายทอดสดคำแถลงการณ์ของ กปปส. ให้ยุติการนำเสนอข่าวของรัฐบาลและคำแถลงการณ์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ(ศอรส.) ซึ่งหมดความชอบธรรมทางกฎหมายไปแล้ว รวมถึงขอให้เสนอข่าวอย่างเป็นกลางและขอให้ร่วมกับประชาชนปฏิรูปประเทศเพื่อเปลี่ยนผ่านการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีรัฐบาลคนกลางและสภานิติบัญญัติแห่งชาติของประชาชนทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้
 
     
 
 
 
 
     
  วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ปปช.  
     
      9 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญให้ความเห็นชอบ นางสาวสุภา ปิยะกิตติ ดำรงตำแหน่งกรรมการ ปปช. โดยมีคะแนนดังนี้
- ให้ความเห็นชอบ   122 เสียง 
- ไม่ให้ความเห็นชอบ  19 เสียง
- ไม่ลงคะแนน   4 เสียง 
- บัตรเสีย  2 บัตร 


     
 
 
     
     
   กปปส.ประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 9 พ.ค.57  
     
        8 พฤษภาคม 2557 เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินีประกาศให้มวลมหาประชาชนร่วมชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.09 น. เพื่อทวงคืนอำนาจอธิปไตยมาเป็นของประชาชน ซึ่งจะได้นำไปสู่การปฏิรูปประเทศเพื่อให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  
     
 
 
     
     
  ปปช.มีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
 
     
          8 พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีพฤติการณ์ส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายต่อโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากมีมูลเพียงพอในการถอดถอน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 และขัดต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11 (1)
       ทั้งนี้ ปปช.จะแยกสำนวนการถอดถอนส่งไปยังวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปในสัปดาห์หน้า ส่วนการดำเนินการคดีอาญา ปปช. จะมีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป 
 
     
 
 
     
     
ศาล รธน. มีมติให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว
 
     
          7 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีอีก 9 คนที่เกี่ยวข้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) จากกรณีที่ร่วมกันกระทำการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 (2),(3) ประกอบมาตรา 268 
        ทั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การใช้อำนาจดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรีเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการแต่งตั้งข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ซึ่งการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เพื่อต้องการให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ้นจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะที่เปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีวาระซ่อนเร้น เอื้อประโยชน์ต่อเครือญาติและไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ
 
     
 
 
 
 
     
    กกต.ไม่เสนอร่าง  พรฎ. แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ต่อ ครม.   
     
   6 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
เนื่องจากได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งและเนื้อหาที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าไม่ใช่รูปแบบของพระราชกฤษฎีกา
กกต. จึงมีมติส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรีโดยเนื้อหารวมถึงรูปแบบการตราพระราชกฤษฎีกาแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันและสร้างความมั่นใจให้ ครม. และ กกต. จะจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้จัดให้มีการประชุมร่วมกันตามวันเวลาและสถานที่ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรร่วมกัน
 
     
 
 
     
     
  กปปส. ประกาศไม่ยอมรับผลการหารือเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่ของ กกต. และรัฐบาลพร้อมทั้งประกาศยุทธศาสตร์การชุมนุม 3 ประการ 
 
     
          30  เมษายน 2557 เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีสวนลุมพิธีประกาศไม่ยอมรับผลการหารือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.และรัฐบาลที่มีมติให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์เป็นการทั่วไปในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 พร้อมทั้งได้ประกาศยุทธศาสตร์การชุมนุมทางการเมือง 3 ประการซึ่งเป็นการชุมนุมของมวลมหาประชาชนครั้งใหญ่และครั้งสุดท้าย ดังนี้
- วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 จะมีการทำถวายพระพรชัยมงคลและทำพิธีสัตยาธิษฐานที่สนามหลวงเพื่อให้ประเทศมีการปฎิรูปไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้ กปปส. ต่างจังหวัดทั่วประเทศร่วมชุมนุมคู่ขนานกับ กปปส. กรุงเทพฯ   
- วันที่ 13 พฤษภาคม 2557  จะจัดกิจกรรมทำบุญประเทศไทยครั้งใหญ่เพือความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง
- วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไปจะชุมนุมทางการเมืองของมวลมหาประชาชนครั้งใหญ่และปฎิบัติการเเรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชน
 
     
 
 
     
     
  กกต. และรัฐบาลมีมติร่วมกันจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งใหม่ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557  
     
  30 เมษายน 2557 ที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลมีมติให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 โดยรัฐบาลรับข้อเสนอ 5ข้อจาก กกต.ในการดูแลรักษาความสงบการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   ปปช.ไม่อนุญาตให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 7 ปาก ในโครงการรับจำนำข้าว
 
     
   29 เมษายน 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติไม่อนุญาตสอบพยานเพิ่มเติมอีก 7 ปากในโครงการรับจำนำข้าว ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีร้องขอ
เห็นว่าพยานทั้ง 7 ต่างไม่เกี่ยวข้องกันกับกรณีถูกกล่าวหา  ส่วนกรณีคำร้องให้ไปตรวจสอบสตอร์คข้าว ที่ประชุมเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาพิจารณาประกอบการถอดถอน  จึงมีมติไม่ไปตรวจสอบตามที่ร้องขอ
ทั้งนี้ ปปช. ได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปสำนวนข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนทั้งหมดในคดีดังกล่าว  และเสนอข้อเท็จจริงให้องค์คณะไต่สวนสัปดาห์หน้าเพื่อดูว่าพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่  หากพยานหลักฐานเพียงพอ สามารถชี้ข้อมูลความผิดได้หรือไม่ทันที  ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นวันที่ 8 หรือ 14 พฤษภาคม 2557
 
     
 
 
     
     
   ปปช.ชี้มูลคำร้องให้ถอดถอน ส.ว.
 
     
   29 เมษายน 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลคำร้องให้ถอดถอนสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน เนื่องจากมีพฤติกรรมส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของส.ว. โดยมิชอบ  โดยมีมติแบ่งเป็น 6 กลุ่ม
- กลุ่มที่ 1 จำนวน 3 ราย ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างฯ และไม่ลงมติทั้ง 3 วาระ
- กลุ่มที่ 2 จำนวน 2 ราย ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างฯ และลงมติเฉพาะวาระ 3 
(ปปช. มีมติเห็นตรงกันว่าให้คำร้องทั้ง 2 กลุ่มนี้ตกไป )
- กลุ่มที่ 3 จำนวน 22 ราย ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างฯ และแปรญัตติเกี่ยวกับเนื้อหา  รวมถึงลงมติทั้ง    3 วาระ ในมาตรา 6  ซึ่งเป็นการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการได้มาของ ส.ว.
(ปปช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมีพฤติกรรมส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 (1) วรรค 1)
- กลุ่มที่ 4 จำนวน 13 ราย ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างฯ  รวมถึงลงมติวาระ 1 และวาระ3
(ปปช. มีมติชี้ว่าส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ )
- กลุ่มที่ 5 จำนวน 5 ราย ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างฯ  และลงมติวาระ 1 ไม่ลงมติวาระ2 และ 3
(ปปช. เห็นว่าให้คำร้องตกไปเพราะไม่ส่อจงใจว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ )
- กลุ่มที่ 6 จำนวน 1 ราย ที่ลงมติวาระ 2  (ปปช. เห็นว่ามีพฤติกรรมส่อจงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ )
หลังจากนี้ ปปช. จะส่งเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการตามกระบวนการถอดถอนต่อไป
 
     
 
 
     
     
   กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. 15 จังหวัดที่เหลือ  
     
   29  เมษายน 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 15 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร  ชัยภูมิ  นครนายก  เพชรบูรณ์  แพร่  แม่ฮ่องสอน  ระนอง   ลพบุรี   ลำปาง   ลำพูน   ศรีสะเกษ   สุราษฏร์ธานี   หนองบัวลำพู   อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี  ซึ่งเป็นการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด  แม้จะมีสำนวนคดีที่ต้องพิจารณาต่ออีก 74 สำนวน  กกต.จะพิจารณาสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน  
 

 
 
     
     
   ครม.ขยายเวลา พรบ.ความมั่นคงฯ อีก 61 วัน  
     
           28  เมษายน  2557  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบขยายเวลาการประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางพลี   จังหวัดสมุทรปราการ  และอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 เมษายน  2557    โดยต่อไปอีก 61 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2557  
     
 
 
     
     
   ศาล รธน. มีมติขยายเวลาให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณีโยกย้ายเลขาธิการ สมช.
 
     
            23 เมษายน 2557  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาอีก 15 วันให้นางสาวยิ่งลักษณ์ 
ชินวัตร นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  ซึ่ง
ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการไต่สวนพยานบุคคลอี 4 ปากด้วยในวันที่ 6 พฤษภาคม 2557
 
     
 
 
     
     
   กปปส. นัดผู้ชุมนุมหารือถึงแนวทางและพิจารณากำหนดวันชุมนุมครั้งใหญ่  
     
  22 เมษายน 2557  เลขาธิการ กปปส. นัดผู้ชุมนุมหารือถึงแนวทางการชุมนุมและพิจารณากำหนดวันชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 30 เมษายน 2557 ที่เวทีสวนลุมพินี  
     
     
 
 
 
 
     
 
 ปปช. มีมติไม่อนุญาตให้มีการชี้แจงและให้ถ้อยคำเพิ่มเติมของพยานอีก 2 ปาก
ในคดีโครงการรับจำนำข้าวตามที่นายกรัฐมนตรีร้องขอ
 
     
  18 เมษายน 2557  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติ
ไม่อนุญาตให้มีการชี้แจงและให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในคดีโครงการรับจำนำข้าวอีก 2 ปาก คือ นายสมชัย 
สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีร้องขอ
เนื่องจากเห็นว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้ชี้แจงและให้ถ้อยคำต่อ ปปช. ทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเพียงพอแล้ว รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีเรื่องโครงการรับจำนำข้าวซึ่งคณะกรรมการ ปปช. มีเอกสารหลักฐานทั้งหมดแล้ว 
         คาดว่าจะคำวินิจฉัยประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2557 
 
     
 
 
     
     
   แนวทางการขับเคลื่อนของ กปปส. สู่การปฏิรูปประเทศ  
     
   8 เมษายน 2557  เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศัยที่เวทีสวนลุมพินีถึงแนวทางการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลในการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  ซึ่งหากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 
ไม่มีสถานภาพในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและไม่สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือถูกชี้มูลความผิดจาก ปปช. อำนาจอธิปไตยก็จะถูกริบคืนมาเป็นของปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ถือว่าเป็นการปฏิบัติภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ
 
     
 
 
     
   คณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. พิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการ ปปช.แทนกรรมการ ปปช. ที่พ้นจากตำแหน่งได้แล้ว  
     
   8 เมษายน 2557  ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. ได้พิจารณาคัดเลือกนางสาว
สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการ ปปช. คนใหม่แทนกรรมการ ปปช. คนเดิมที่พ้นจากตำแหน่ง โดยคัดเลือก
จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 14 คน   ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหากรรมการ ปปช. จะส่งชื่อกรรมการ ปปช. 
คนใหม่ไปให้วุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
 
     
 
 
     
  กปปส. ประกาศวันเผด็จศึก
 
     
  5 เมษายน 2557  การประชุมใหญ่ กปปส. ทั่วประเทศกว่า 1,800 เครือข่ายและต่างประเทศอีก 8 เครือข่ายที่สวนลุมพินีมีมติให้มีการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสถานภาพ
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  หรือวันที่ ปปช. ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลเข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส.  
     
  3 เมษายน 2557  ศาลอาญาเพิกถอนหมายจับเลขาธิการ กปปส. และแกนนำรวม 18 คนในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ศาลอาญาอนุมัติให้กรมสอบสวน
คดีพิเศษหรือดีเอสไอเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557   เนื่องจากรัฐบาลมีคำสั่งให้ยกเลิกประกาศ พรก.ฉุกเฉินแล้ว
 
     
 
 
     
     
   ศาล รธน. รับคำร้องพิจารณาสถานภาพนายกรัฐมนตรี
 
     
   2 เมษายน 2557  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา
ให้วินิจฉัยสถานภาพของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตาม
มาตรา182 (7) หรือไม่  เนื่องจากกระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 267 มาตรา 268 และมาตรา 269 กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี  จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ  ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะต้องไปชี้แจงหรือ
ทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือมอบหมายตัวแทนไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับ
ตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารจากศาล
 
     
 
 
     
   ผลการประชุม ผบ. กองทัพไทยกับ ผบ. 3 เหล่าทัพ
 
     
          2 เมษายน 2557  ผู้บัญชาการกองทัพไทยได้ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพถึง
สถานการณ์ของบ้านเมืองว่าจะต้องเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน  โดยทหาร
จะไม่เข้าข้างกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด พร้อมขอร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าใช้ความรุนแรงและควรชุมนุมอย่างสงบ
ส่วนความขัดแย้งที่ยังมีอยู่นั้นให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้หาวิธีแก้ปัญหา ทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย และ
ยอมรับว่าในบางกรณีการใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเป็นเงื่อนไขทางการเมือง
ต้องแก้ไขไปตามขั้นตอนโดยขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทน
อย่างไรก็ตามหน่วยงานความมั่นคงได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะมีการชุมนุมทาง
การเมืองในวันที่ 5 เมษายน 2557 ไว้แล้ว
 
     
 
 
     
     
   กปปส. วางมาตรการเข้มงวดกับการรักษาความปลอดภัย  
     
  2 เมษายน 2557   แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่าจะใช้มาตรการเข้มงวดกับการรักษาความ
ปลอดภัยให้มากขึ้น การเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุมจะจัดรูปแบบขบวนให้มีการ์ด กปปส. และการ์ดอาสารักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุมทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมตั้งแต่หัวขบวนไปจนถึงท้ายขบวน  โดยมีการสำรวจและตรวจสอบเส้นทางเดินขบวนอย่างเข้มงวดและระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษพื้นที่ที่มีตึกสูงและบริเวณสี่แยกต่างๆ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
 
     
 
 
     
     
   ปปช. มีมติถอดถอนประธานรัฐสภาออกจากตำแหน่ง  
     
   1 เมษายน 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้พิจารณา
สำนวนคดียื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภา  กรณีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนประธาน
รัฐสภาออกจากตำแหน่ง
เนื่องจากมีมูลความผิดฐานว่าส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติตามมาตรา 3 มาตรา
125 วรรค 1 และวรรค 2 มาตรา 291   เพราะได้นำญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่ฉบับของนายอุดมเดช รัตนเสถียร และคณะเสนอ และร่างฯ ดังกล่าวไม่มีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อเสนอญัตติ อีกทั้ง
ตัดสิทธิผู้ขอภิปรายในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ  และจงใจปิดอภิปรายทั้งที่ยังมีสมาชิกยังไม่ได้ใช้สิทธิ
อภิปรายจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังตัดสิทธิผู้ขอคำแปลญัตติและผู้สงวนความเห็นจำนวน 57 คน
จึงเป็นมูลเหตุให้ถอดถอนประธานรัฐสภาออกจากตำแหน่งตามมาตรา 270 และมาตรา 274
ส่วนประเด็นที่ให้ลงมติในวาระ 3 ทั้งที่มีสมาชิกทักท้วงว่าไม่สมควรเพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับ
คำร้องเรื่องนี้ไว้ ปปช. เห็นว่าไม่มีมูลจึงให้ตกไป
พร้อมกันนี้จะจัดทำรายงานถอดถอนให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน  ส่วนคดีอาญายังอยู่
ในระหว่างการพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง
 
     
 
 
     
   ปปช. มีมติสอบพยานคดีโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม  
     
   1 เมษายน 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติให้
สอบพยานคดีโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติมอีก 3 ราย คือ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายก
รัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ในประเด็นการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวรวมถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง ในประเด็นความเสียหายด้านการเงินและการคลังของประเทศ  โดยจะมีการประสานไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ให้นำทั้ง 3 คนมาให้ปากคำ
การสอบพยานเพิ่มเติมในครั้งนี้เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ร้องขอ
ให้คณะกรรมการ ปปช. สอบพยานเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาละเมิดการปฏิบัติหน้าที่ฐานไม่ระงับยับยั้ง
โครงการรับจำนำข้าวอีก 11 ปากใน 13 ประเด็น และขอเอกสารเพิ่มเติมจาก ปปช. อีกจำนวนมาก
ส่วนคำร้องขอให้ ปปช.ยุติการพิจารณาข้อเท็จจริงคดีโครงการรับจำนำข้าว  ปปช. จะนำไปพิจารณาร่วมกับเอกสารจำนวน 151 หน้าที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียื่นชี้แจงต่อ ปปช.เมื่อวันที่ 
31 มีนาคม 2557
เลขาธิกการ กปปส. ยืนยันว่าจะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไปและจะไม่มีวันคืนคำ
1 เมษายน 2557 เลขาธิการ กปปส.ปราศัยที่เวทีสวนลุมพินีขอให้ผู้ชุมนุมมีความอดทนและ
ไม่ย่อท้อในภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อให้มีการปฏิรปประเทศก่อนการเลือกตั้ง และกล่าวย้ำว่าจะ
เลิกเล่นการเมืองโดยไม่มีการคืนคำ การนำมวลมหาประชาชนในครั้งนี้เพื่อต้องการนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น
 
     
 
 
     
     
   กปปส. ขอให้ข้าราชการร่วมอยู่เคียงข้างประชาชน  
     
   1 เมษายน  2557  เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมไปศูนย์ราชการ (แจ้งวัฒนะ) เพื่ออ่าน แถลงการณ์เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนและขอให้ข้าราชการอยู่เคียงข้างประชาชนในการปฏิรูป
ประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
     
 
 
     
     
   กปปส. นัดแกนนำทุกจังหวัดทั่วประเทศประชุมใหญ่  
     
         30 มีนาคม 2557 เลขาธิการ กปปส. นัดแกนนำ กปปส. ทุกจังหวัดทั่วประเทศร่วมประชุมใหญ่
เพื่อหารือแนวทางและแผนงานในการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 5 เมษายน
2557 ที่สวนลุมพินี
 
     
 
 
     
     
   ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ  
     
  31 มีนาคม 2557  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับคำฟ้องเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2557 กรณี กกต. ให้
ใบเหลืองเนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการปราศรัยโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่งได้รับความเสียหาย หลังจากนี้
นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครแทน
จากนี้ไปหากศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยคดีนี้ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาก็สามารถกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ
 
     
 
 
 
 
     
   กกต. สรุปผลการเลือกตั้ง ส.ว. อย่างไม่เป็นทางการ  
     
  30 มีนาคม 2557  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2557 ดังนี้
- ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง       44  ล้านคน
- ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง  18  ล้านคน
- คิดเป็นร้อยละ 42
- บัตรเสียมีกว่า 9 แสนบัตร
- ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมีกว่า 2 ล้านบัตร
หมายเหตุ 
- ผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดที่ไม่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 7 วัน
- ผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน  กกต. จะพิจารณาคำร้องและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน
 
     
     
     
 
 
     
     
   ผลการเลือกตั้ง ส.ว. กรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ  
     
                 30 มีนาคม 2557  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและปลัดกรุงเทพ
มหานครร่วมกันแถลงผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ  ซึ่งผู้มีสิทธิ
ออกเสียงเลือกตั้งมีจำนวน 4,365,905 คน  มีผู้มาใช้สิทธิ 1,248,881 คน  คิดเป็นร้อยละ 28.61 โดยมีคะแนน 3 อันดับแรกดังนี้
 หมายเลข  ชื่อผู้สมัคร ส.ว.  คะแนน
 8  คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา  552,530
 1  พล.ต.ต.สุพิสาร ภักดีนฤนาถ  267,947
 9  นายโฆสิต สุวินิจจิต  79,747
                                
ทั้งนี้คุณหญิงจารุวรรณ เมนธกา ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้สูงสุดของประเทศ
 
     
 
 
     
     
   ปปช. มีมติไม่ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงฯ คดีจำนำข้าวตามที่นายก รมต. ร้องขอ  
     
  27 มีนาคม 2557  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้มีมติ
ไม่ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตามที่ร้องขอ  เนื่องจากระยะเวลาการขยายให้ครั้งแรกแล้วถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับในส่วนการตรวจสอบเอกสารพยานหลักฐาน  จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง หรือจัดส่งเอกสารมาให้คณะกรรมการ ปปช. ในขั้นตอนของการไต่สวนโดยทนายความไม่สามารถกระทำการแทนผู้ถูกกล่าวหาได้  และเคยได้รับการเลื่อนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาแล้ว  ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคม 2557 
หากนายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง  คณะกรรมการ ปปช. จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงได้ทันทีตามเอกสารพยานหลักฐานที่มีอยู่
 
     
 
 
     
     
   กปปส. นัดชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  
     
           22 มีนาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศัยที่เวทีชุมนุมสวนลุมพินีเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกันชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม 2557 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติ
ให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ โดย กปปส. จะเดิน
ขบวนเชิญชวนคนกรุงเทพฯ ออกมาร่วมชุมนุมในระหว่างวันที่ 24-28 มีนาคม 2557 
สำหรับ กปปส. ต่างจังหวัดทั่วประเทศขอให้ร่วมกันออกมาชุมนุมแสดงพลังเรียกร้องให้มี
การปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอร่วมกับ กปปส. กรุงเทพฯ ในวันที่ 29 มีนาคม 2557
 
     
 
 
 
 
     
   กปปส. ย้ำเจตนารมณ์ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง  
     
           21 มีนาคม 2557  เลขาธิการ กปปส. ปราศัยที่เวทีชุมนุมสวนลุมพินีว่า กปปส. มีจุดมุ่งหมาย
ให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การเลือกตั้งสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ
 
     
 
 
     
     
   ศาล รธน. มีมติให้การเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะ  
     
  21 มีนาคม 2557  ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรพุทธศักราช 2556  เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบตาม
รัฐธรรมนูญหรือไม่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6:3 ให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรค 2  เนื่องจาก
พระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ พุทธศักราช 2556 กำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
แต่ปรากฎว่ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน
 
     
 
 
 



 
   ปปช. มีมติถอดถอนประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่ง  


 
          20 มีนาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) 
มีมติเป็นเอกฉัทน์ให้ถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่ง  เนื่องจากใช้อำนาจโดยมิชอบขัดต่อหลักนิติธรรม เอื้อประโยชน์ต่อเสียงข้างมากกรณีทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา
ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.  โดยได้ตัดสิทธิ
ผู้สงวนคำแปลญัตติและผู้ขออภิปราย
        ปปช. จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิด ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขั